กรมปศุสัตว์มีนโยบายให้มีการรณรงค์ค้นหาโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีกแบบบูรณาการอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ได้กำหนดแผนการดำเนินงานตามโครงการครั้งที่ 1/2557 ระหว่างวันที่ 1-31 มกราคม 2557 โดยมีการดำเนินงานที่สำคัญประกอบด้วย

     (1) การเฝ้าระวังโรคด้วยอาการทางคลินิก (Clinical Active Surveillance) โดยเครือข่ายเฝ้าระวังโรคเข้าตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกทุกราย สอบถามอาการสัตว์ปีก และสำรวจข้อมูลสัตว์ปีกป่วยหรือตายในระยะเวลา 30 วันที่ผ่านมา ว่ามีสัตว์ปีกป่วยหรือตายผิดปกติหรือไม่ เมื่อทราบหรือพบว่ามีสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติสงสัยโรคไข้หวัดนก ให้แจ้งปศุสัตว์อำเภอเพื่อดำเนินการตรวจสอบและเฝ้าระวังควบคุมโรคตามที่กำหนดไว้ต่อไป
     (2) การเฝ้าระวังโรคเชิงรุกทางห้องปฏิบัติการในสัตว์ปีกที่เลี้ยงบริเวณบ้าน (back yard) โดยให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดดำเนินการตามพื้นที่เป้าหมายและการเก็บตัวอย่างดังนี้
           2.1 สัตว์ปีกที่เลี้ยงบริเวณบ้านรวมถึงที่ไม่เลี้ยงเป็นลักษณะฟาร์มในพื้นที่ตำบลที่เสี่ยงต่อโรคระบาด ให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุ่มครัวเรือนผู้เลี้ยงสัตว์ปีก 4 ครัวเรือน ในทุกหมู่บ้านของตำบลที่กำหนดเพื่อสุ่มเก็บตัวอย่าง cloacal swab จำนวนสัตว์ปีก 5 ตัว ต่อครัวเรือน (1 หลอดตัวอย่าง)
        2.2 สัตว์ปีกที่เลี้ยงบริเวณบ้านรวมถึงที่ไม่เลี้ยงเป็นลักษณะฟาร์มในพื้นที่ตำบลที่ติดชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุ่มครัวเรือนผู้เลี้ยงสัตว์ปีก 4 ครัวเรือนในทุกหมู่บ้านของตำบลที่กำหนดเพื่อสุ่มเก็บตัวอย่าง oropharyngeal swab จำนวนสัตว์ปีก 5 ตัว ต่อครัวเรือน (1 หลอดตัวอย่าง)
        2.3 สัตว์ปีกที่เลี้ยงบริเวณพื้นที่แหล่งทำรังวางไข่ของนกในรัศมี 5 กิโลเมตรรอบบริเวณพื้นที่แหล่งทำรังวางไข่ ให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุ่มครัวเรือนผู้เลี้ยงสัตว์ปีก 4 ครัวเรือนในหมู่บ้าน และตำบลที่กำหนดเพื่อสุ่มเก็บตัวอย่าง oropharyngeal swab จำนวนสัตว์ปีก 5 ตัว ต่อครัวเรือน (1 หลอดตัวอย่าง)
     (3) การเฝ้าระวังโรคเชิงรุกทางห้องปฏิบัติการในเป็ดไล่ทุ่ง ให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด เก็บตัวอย่าง cloacal swab ฝูงละ 60 ตัว (12 หลอดตัวอย่าง) และ serum ในเป็ดไล่ทุ่งฝูงละ 30 ตัว โดยให้สุ่มเก็บตามจำนวนและอำเภอที่กำหนด โดยให้สุ่มเก็บตามจำนวนฝูงและอำเภอที่กำหนด
    (4) การเฝ้าระวังโรคเชิงรุกทางห้องปฏิบัติการในตลาดค้าไก่-เป็ดมีชีวิตเพื่อการบริโภค ให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุ่มเก็บตัวอย่าง oropharyngeal swab ในสัตว์ปีกในตลาดค้าสัตว์ปีกทุกแห่งในพื้นที่ โดยสุ่มร้านค้าสัตว์ปีก จำนวน 6 ร้านต่อแห่ง ร้านละ 10 ตัว และสุ่มเก็บตัวอย่างจากสิ่งแวดล้อม จำนวน 5 ร้านต่อตลาด ร้านละ 12 ตัวอย่าง จำนวนรวมทั้งสิ้น 60 ตัวอย่าง (20 หลอดตัวอย่าง) และตัวอย่างนํ้ากิน สำหรับสัตว์ปีกในตลาดค้าสัตว์ปีกทุกแห่ง จำนวน 1 ตัวอย่างต่อตลาดค้า สัตว์ปีก
   (5) การเฝ้าระวังโรคเชิงรุกทางห้องปฏิบัติการในตลาดค้าสัตว์ปีกสวยงามในกรุงเทพมหานคร ให้สำนักงานปศุสัตว์กรุงเทพมหานคร เก็บตัวอย่างจากร้านค้าสัตว์ปีกสวยงาม จำนวน 12 ร้านต่อตลาด (หากมีไม่ถึง 12 ร้านให้เก็บทุกร้าน) โดยสุ่มเก็บตัวอย่าง oropharyngeal swab ร้านละ 5 ตัว (ให้เก็บ oropharyngeal swab ในสัตว์ปีก จำนวน 5 ตัวต่อหนึ่งร้าน)
     (6) การเฝ้าระวังโรคเชิงรุกทางห้องปฏิบัติการในฟาร์มมาตรฐานและฟาร์มคอมพาร์ทเมนต์ (ไก่เนื้อ ไก่ไข่ ไก่พันธุ์ นกกระทา) และฟาร์มที่ ไม่รับรองมาตรฐานฟาร์มในพื้นที่จังหวัด ให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุ่มฟาร์มที่จะเก็บตัวอย่าง จำนวนรวมทั้งสิ้น 4 ฟาร์มต่อจังหวัด โดยให้เก็บอย่างน้อย 1 ฟาร์มต่อ 1 ชนิดฟาร์ม เพื่อเป็นตัวแทนของประชากร เช่น จังหวัด ก เก็บฟาร์มมาตรฐาน 1 ฟาร์ม ฟาร์มคอมพาร์ทเมนต์ 1 ฟาร์ม ฟาร์มไม่มาตรฐาน 2 ฟาร์ม รวมจำนวนทั้งสิ้น 4 ฟาร์ม เป็นต้น ทั้งนี้ หากมีไม่ครบทุกชนิดฟาร์ม ให้เก็บรวมกับให้ได้จำนวนทั้งสิ้น 4 ฟาร์ม โดยสุ่มเก็บตัวอย่าง oropharyngeal swab ฟาร์มละ 30 ตัว (6 หลอดตัวอย่าง)
   (7) การตรวจวินิจฉัยและการรายงานผล สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ และศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ดำเนินการตรวจตัวอย่าง cloacal swab และ oropharyngeal swab โดยแยกหาเชื้อไวรัสไข้หวัดนกและโรคนิวคาสเซิล และตรวจตัวอย่าง serum โดยวิธี HI test (H5 และ H7) ส่วนตัวอย่างซาก หากตรวจวินิจฉัยแล้วไม่ใช่โรคไข้หวัดนก หรือโรคนิวคาสเซิล ให้ตรวจวินิจฉัยด้วยว่าการที่สัตว์ปีกป่วยตายมีสาเหตุจากอะไรและรายงานผลไปยังสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด พร้อมลง ข้อมูลในอินเทอร์เน็ต
     (8) การติดตามประเมินผล ให้สำนักงานปศุสัตว์เขตติดตามจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบรายงานผลมายังสำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรค สัตว์ เพื่อเสนอกรมปศุสัตว์ต่อไป

ในส่วนห้องปฏิบัติการของสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ และศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ทั้ง 7 ศูนย์ (ลำปาง พิษณุโลก ขอนแก่น สุรินทร์ ชลบุรี ราชบุรี และนครศรีธรรมราช) มีศักยภาพและความพร้อมในการตรวจวินิจฉัยโรคไข้หวัดนกและโรคนิวคาสเซิลตามวิธีการมาตรฐาน ISO/IEC 17025:2008 และมีรถห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) สามารถตรวจวินัจโรคในระดับชีวโมเลกุลด้วยวิธี Real time PCR ทราบผลภายใน 4 ชั่วโมง สร้างความมั่นใจให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก ผู้ค้า ผู้ขาย ประชาชนทั่วไป และต่างประเทศคู่ค้า

             ผลจากการดำเนินโครงการการรณรงค์ค้นหาโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีกแบบบูรณาการอย่างเข้มข้นติดต่อกันมาหลายปีแล้ว ทำให้ประเทศไทยปลอดจากโรคไข้หวัดนก ไม่มีรายงานการเกิดโรค เป็นเวลา 5 ปีเศษ นับตั้งแต่วันที่ทำลายสัตว์ป่วยรายสุดท้ายเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 ทำให้ประเทศต่างๆ และกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรปซื้อสิ้นค้าสัตว์ปีกจากประเทศไทยในแต่ละปีมีมูลค้าหลายหมื่นล้านบาท

            ขอทราบรายละเอียดเพิ่มได้ที่สำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ โทรศัพท์ 0-25013473 ต่อ 202 / 205
(ที่มา : กษ 0610.04/29506 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2556)