เมนูย่อย

หน้าแรก องค์ความรู้ การจัดการองค์ความรู้ การเตรียมพร้อมป้องกันโรคติดต่ออุบัติใหม่จากสัตว์สู่คน

การเตรียมพร้อมป้องกันโรคติดต่ออุบัติใหม่จากสัตว์สู่คน

โดย นายสัตวแพทย์ยุคล ลิ้มแหลมทอง อธิบดีกรมปศุสัตว์
บรรยายในการประชุมสัมมนา "โรคติดต่อในศตวรรษที่ 21" ณ โรงแรมกาดสวนแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2548

โรคอุบัติใหม่ (Emerging Disease)
โรคที่มีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้น หรือ คาดหวังว่าจะมีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นใน ช่วงเวลาหนึ่ง ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เช่น BSE, Nipah, West Nile Virus, Crimean Congo Disease, Ebola etc.

ผลกระทบที่เกิดขึ้น
*ผลกระทบทางสาธารณสุข ผู้เสียชีวิต
*สูญเสียเงินตราจากการควบคุมโรค เวชภัณฑ์ วัคซีน การทำลายสัตว์ ผลผลิตที่เสียหาย และจากผลกระทบต่อการค้า และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
*สูญเสียแหล่งอาหารโปรตีน ผลผลิตอื่นๆ
*ผลกระทบต่อสุขภาพจิต
*ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
*ผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของผู้ที่เกี่ยวข้อง เกษตรกร ผู้ค้า ผู้ใช้แรงงาน ผู้บริโภค นักท่องเที่ยว อื่นๆ
*สูญเสียโอกาสการลงทุนเพื่อการพัฒนาทางปศุสัตว์

การเตรียมความพร้อมเพื่อการจัดการ/ควบคุมโรคอุบัติใหม่

1. รู้โรคเร็ว (Early Recognition)
*ตรวจสอบสภาวะโรค การเกิดโรค อุบัติการณ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งใน และต่างประเทศ
*ระบบการเฝ้าระวังโรค (Disease Surveillance) ทั้ง เชิงรับ และเชิงรุก
*บูรณาการระหว่างงานในพื้นที่และห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจยืนยัน Clinical Signs, Detection of antigen VS antibody (Infected VS Vaccination)
*การตรวจเยี่ยมเกษตรกรเพื่อสอบถามข้อมูลด้านสุขภาพสัตว์เป็นประจำ
*ความร่วมมือจากเกษตรกร ภาคเอกชน ระบบการค้า-ตลาดที่เกี่ยวข้อง
*การรวบรวมข้อมูลอื่นๆ นอกจากข้อมูลการเกิดโรค
*การเฝ้าระวังเฉพาะในกลุ่มเป้าหมาย (Targeted Surveillance) กลุ่มเสี่ยง สัตว์ ที่มีการเคลื่อนย้าย

2. ตอบสนองเร็ว (Early Response)
2.1 มีความรู้เกี่ยวกับโรคที่เกิดขึ้น
ลักษณะอาการ วิธีการแพร่โรค แนวทาง วิธีการควบคุม การใช้วัคซีน การทำลาย สัตว์ป่วย การทำลายเชื้อ สารเคมีที่จะใช้ ฯลฯ
คำแนะนำขององค์การระหว่างประเทศ/มาตรฐานสากล
2.2 มีแผนการดำเนินงาน (Contingency Plan)
*แผนและคู่มือการดำเนินงานเพื่อควบคุมโรคประกอบด้วย
*ข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับโรค
*คู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคกรณีฉุกเฉินตาม กฎหมาย/ระเบียบการควบคุมโรค (อาจใช้ร่วมกับโรคอื่นๆ ได้) รวมทั้งการกำหนดตัวผู้รับผิดชอบในแต่ละระดับ
*คู่มือ/คำแนะนำในการดำเนินงานโดยเกษตรกร/ภาคเอกชน
*รายละเอียดการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเฉพาะราย
2.3 มีแผนการสนับสนุน
*แผนงบประมาณ
*แผนกำลังคนสนับสนุนชั่วคราว
*แผนการจัดหาวัสดุ/เวชภัณฑ์ในการควบคุมโรค
*แผนการประสานงานและการประชาสัมพันธ์
*การสนับสนุนงานควบคุมโรคจากหน่วยงานอื่น
*การสนับสนุนงานควบคุมโรคจากหน่วยงานอื่น
2.4 มีการเตรียมการล่วงหน้า
*Contingency plan
*แผนการสนับสนุน
*กฎหมาย/ระเบียบที่จะบังคับใช้เพื่อการควบคุมโรค
*การฝึกอบรม
*การจำลองสถานการณ์และฝึกซ้อม
*ปรับแผน/ข้อมูลให้ทันสมัย

3. ระบบเตือนภัย (Early Warning)
3.1 ระบบการเฝ้าระวังโรค
ทีมงานเชี่ยวชาญเฉพาะโรคสนับสนุนการดำเนินงานของพื้นที่
เครือข่ายห้องปฏิบัติการในประเทศ และมาตรฐานการตรวจและแปลผล
ห้องปฏิบัติการอ้างอิงของต่างประเทศ
3.2 ระบบการรายงานโรคฉุกเฉิน
ในประเทศ / ต่างประเทศ
3.2.1 องค์การระหว่างประเทศ
3.2.2 องค์การภูมิภาค
3.2.3 เครือข่ายการเฝ้าระวังโรคระดับประเทศ
3.2.4 ประเทศคู่ค้า
3.3 มีแผนประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตื่นตัวแก่สาธารณชนโดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร

4. เครือข่ายการเฝ้าระวังโรค (Network)
4.1 การฝึกอบรมบุคคลที่เกี่ยวข้องในเครือข่าย ได้แก่ เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์
อาสาฯ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ภาคเอกชน ห้องปฏิบัติการของกรมปศุสัตว์ มหาวิทยาลัย เอกชน
4.2 การตรวจวินิจฉัยโรคในพื้นที่ อาการ การใช้ชุดทดสอบ
4.3 การเก็บและนำส่งตัวอย่าง
4.4 การรายงานเร่งด่วนและส่งต่อข้อมูล
4.5 การสร้างจิตสำนึกถึงความสำคัญและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นแก่ เกษตรกร ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
4.6 การพัฒนาเครือข่ายการป้องกันและควบคุมโรคทั้ง หน่วยงานภายในและภายนอกกรมปศุสัตว์ และหน่วยงานภายในและภายนอกประเทศ
4.7 ดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน และสนับสนุนซึ่งกันและกัน

5. ห้องปฏิบัติการตรวจวินิจฉัย (Laboratory)
5.1 ความสามารถและศักยภาพในการตรวจวินิจฉัย บุคลากร เครื่องมือ สถานที่
5.2 ทีมงานเชี่ยวชาญเฉพาะโรคสนับสนุนการดำเนินงานของพื้นที่
5.3 เครือข่ายห้องปฏิบัติการในประเทศ และมาตรฐานการตรวจและแปลผล
5.4 ห้องปฏิบัติการอ้างอิงของต่างประเทศ

6. การวิเคราะห์ความเสี่ยงการระบาดของโรคอุบัติใหม่ (Risk Analysis)
6.1 โอกาสเกิดการระบาดมาก/น้อย เท่าไร? เกิดจากอะไร?
6.2 หากเกิดการระบาด จะระบาดมาก/น้อยเท่าไร? ที่ไหน?
6.3 โรคจะแพร่ระบาดต่อไปอย่างไร?
6.4 สัตว์กลุ่มใดบ้างจะเป็นกลุ่มเสี่ยง?
6.5 ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการระบาด (สาธารณสุข-สังคม-เศรษฐกิจ-สิ่งแวดล้อม) คืออะไร?
6.6 จะควบคุม/กำจัดการระบาดและจัดการ/แก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมาอย่างไร? ต้องลงทุนเท่าไร?
6.7 ระบุชนิดและลำดับความสำคัญของโรคอุบัติใหม่ (จากผลกระทบและความสูญ เสียที่อาจเกิดขึ้นรวมทั้งค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ดำเนินการ) เพื่อกำหนดแผนการเตรียมความพร้อม
6.8 กำหนดแนวทางและวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดโดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพของการควบคุมการเคลื่อนย้ายและกักกันสัตว์
กำหนดแนวทางและวิธีการควบคุมการระบาด

ประเด็นที่ต้องคำนึงถึงในการเตรียมความพร้อมการป้องกันและควบคุมโรคอุบัติใหม่
*แผนการดำเนินงานที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม
- กำหนดชนิดโรค
- รูปแบบของการประสานงานและการส่งต่อข้อมูล
- หน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน
- ทบทวน และรายงานผลการดำเนินงาน
*การแลกเปลี่ยนข้อมูลการเกิดโรคที่มีประสิทธิภาพ
- เชื่อถือได้
- ทันเหตุการณ์
*จิตสำนึกของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการดำเนินงาน
- เจ้าหน้าที่รับผิดชอบ
- เกษตรกร เจ้าของสัตว์ ผู้ป่วย
- ธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
- ความมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน
*ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ
- ตรวจวินิจฉัยโรค, ป้องกันควบคุมโรค, รักษาโรค
- กำหนดตัวและทำบัญชีรายชื่อผู้เชี่ยวชาญไว้ล่วงหน้า
- ให้คำปรึกษาแนะนำ

มาตรการการป้องกันโรคจากต่างประเทศที่กรมปศุสัตว์ดำเนินการ
1. ควบคุมการนำเข้าสัตว์ ซากสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และอาหารสัตว์ โดยจะ ไม่อนุญาตให้นำเข้าจากประเทศ หรือพื้นที่ที่มีรายงานการเกิดโรค
2. เฝ้าระวังทางระบาดวิทยา ศึกษาข้อมูลการระบาดของโรคในพื้นที่ต่างๆ
3. ตรวจสอบ และกักกันสัตว์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ (Quarantine) มีด่านระหว่างประเทศ 26 ด่าน
4. สุ่มตัวอย่างทางซีรั่มวิทยาในสัตว์นำเข้า
5. มีระบบตรวจสอบ และติดตามแหล่งที่รับสัตว์ หรือผลิตภัณฑ์สัตว์ ที่นำเข้า 
6. ประสานกับกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการนำเข้า เช่น ด่านตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร
7. ใช้กฎหมายเพื่อการควบคุมและป้องกันโรคสัตว์
พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2499
พระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2525

ปัญหาอุปสรรคที่มีต่อประสิทธิภาพการจัดการ/ควบคุมการระบาดของโรคที่เกิดขึ้นใหม่/ครั้งแรก
*ความรู้เกี่ยวกับโรคที่เกิดขึ้นใหม่
*การตรวจวินิจฉัยยืนยัน
*การรายงาน
*การแจ้งข่าว/สื่อสารกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
*แผนกลยุทธ์/ปฏิบัติ
*ความชัดเจนในการรับผิดชอบ
*การสนับสนุนบุคลากร/งบประมาณ/วัสดุ
*กฎหมายที่บังคับใช้ในการควบคุมโรค
*ความชำนาญของบุคลากร
*ความร่วมมือจากผู้ที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายการป้องกันและควบคุมโรคระบาดสัตว์ด้านปศุสัตว์ในปัจจุบัน 
*เครือข่ายการเฝ้าระวังโรค
- เครือข่ายการค้นหาและรายงานโรค
- เครือข่ายการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ
*เครือข่ายการดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรค
*เครือข่ายการค้นหาและรายงานโรคด้านปศุสัตว์
- ชนิดโรค
- วิธีการ (รูปแบบ ความถี่ แบบรายงาน)
- ระยะเวลาการรายงาน
*โรคติดต่อที่เป็นปัญหาใหม่ – รายงานฉุกเฉินทุกกรณี
*โรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน – ประสานงานกับสาธารณสุข
*การประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ มหาวิทยาลัย กระทรวงทรัพยากรฯ

การควบคุมป้องกันโรค BSE ในประเทศไทย
การห้ามการนำเข้า (Importation Ban)
- สัตว์มีชีวิตประเภท โค กระบือ แพะ แกะ จากประเทศอังกฤษ และประเทศอื่นๆ ที่มีรายงานโรค
- ผลิตภัณฑ์จากสัตว์เหล่านี้ (เนื้อและกระดูกป่น เนื้อและกระดูกป่น กระดูกป่น เนื้อป่น เลือดป่น เครื่องใน และอื่นๆ)
ข้อกำหนดด้านอาหารสัตว์ (Feed Ban)
- ห้ามผสมเนื้อและกระดูกป่น ในอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้อง
- มาตรการต่างๆ ที่ป้องกันการปนเปื้อนระหว่างการผลิต การขนส่ง และระว่างการใช้ในฟาร์ม

ยังไม่พบ โรควัวบ้าในประเทศไทย
ยังไม่พบ โรค v CJD ในประเทศไทย

แผนการเตรียมความพร้อมของกรมปศุสัตว์ กรณีการระบาดของโรคไข้สมองอักเสบนิปาห์
ก่อนเกิดการระบาด
*การพัฒนาระบบบริหารจัดการ และการพัฒนาบุคลากร
*การเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรค
*การพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารและประชาสัมพันธ์
*การตั้งคณะกรรกมาร คณะทำงาน และหน่วยควบคุมโรคฉุกเฉิน
*การออกระเบียบ ข้อบังคับตาม พ.ร.บ. โรคระบาดสัตว์
*จัดเตรียมงบประมาณและทรัพยากรสนับสนุน
*จัดระบบประสานงาน
*พัฒนาขีดความสามารถในการตรวจวินิจฉัย
*พัฒนาบุคลากรให้สามารถตรวจวินิจฉัยโรคได้
*เฝ้าระวังโรคในสุกร
*จัดทำแผนที่สถานการณ์เพื่อทราบแหล่งเลี้ยงสัตว์และเส้นทางลักลอบ
*ร่วมมือกับสมาคมผู้ชำแหละสุกรในภาคใต้

เมื่อเกิดหรือสงสัยว่าเกิดการระบาด
*ศึกษาวิจัยทางระบาดวิทยา แหล่งรังโรค และวิเคราะห์ความเสี่ยงในการเกิดการระบาดของโรค
*ชี้แจงคู่มือการเตรียมความพร้อมและให้รับทราบข้อมูลทางวิชาการและสถานการณ์ปัจจุบันของโรค
*จัดระบบการส่งต่อข้อมูล
*แผนประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตื่นตัวแก่สาธารณชนโดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรผู้ เลี้ยงสุกร และผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสุกรให้เกิดความร่วมมือ
*ติดตาม ประเมินผลการดำเนินการควบคุมโรค
*รวบรวม วิเคราะห์ สรุปสถานการณ์ของโรคและการควบคุมโรคให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกวัน

ภายหลังเกิดการระบาด
*เฝ้าระวังโรคเพิ่มเติมในพื้นที่รอบจุดเกิดโรค
*กำจัดสุกรหรือสัตว์อื่นๆ ที่มีหลักฐานการติดเชื้อและสัตว์ร่วมฝูง
*เฝ้าระวังโรคทางซีรั่มวิทยาในสุกรทั่วไป
*สรุปและวิเคราะห์สถานการณ์ของโรค การควบคุมโรค และแผนการควบคุมโรค


| หน้าแรก| ข้อมูลองค์กร| บริการ| องค์ความรู้| พัฒนาองค์กร| แผนงาน-วิจัย| บริหาร| พัสดุ-งบประมาณ| สถิติ-รายงาน| ติดต่อ| English| eJournal| Sitemap|
Home องค์ความรู้ การจัดการองค์ความรู้ การเตรียมพร้อมป้องกันโรคติดต่ออุบัติใหม่จากสัตว์สู่คน