หน้าแรก การบริการ การชันสูตรโรคสัตว์ทางห้องปฏิบัติการ สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติและศูนย์วิจัย-พัฒนาการสัตวแพทย์พร้อมตรวจวินิจฉัยไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9

สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติและศูนย์วิจัย-พัฒนาการสัตวแพทย์พร้อมตรวจวินิจฉัยไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9

ห้องปฏิบัติการไวรัสวิทยา สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ และศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ส่วนภูมิภาคทั้ง 7 แห่ง (ลำปาง พิษณุโลก ขอนแก่น สุรินทร์ ชลบุรี ราชบุรี นครศรีธรรมราช) มีความพร้อมในการตรวจวินิจฉัยโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 ที่มีรายข่าวการระบาดในสาธารณรัฐประชาชนจีน กรมปศุสัตว์รายว่ายังไม่มีการระบาดในประเทศไทยและมีมาตรการควบคุมโรคสัตว์นำเข้าอย่างเข้มงวดทุกพื้นที่ กระทรวงสาธารณสุขรายงานเช่นกันว่ายังไม่มีการเกิดโรคในคนในประเทศไทย

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2556 ที่ผ่านมา กลุ่มไวรัสวิทยา จัดบรรยายพิเศษเรื่องสถานการณ์โรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ใหม่ H7N9 โดยมีนายสัตวแพทย์บัณฑิต นวลศรีฉาย หัวหน้ากลุ่มไวรัสวิทยา เป็นวิทยากร และวันที่ 23 เมษายน 2556 จัดรประชุมผู้ปฏิบัติงานจากสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติและศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์เพื่อเตรียมความพร้อมทางห้องปฏิบัติการในการตรวจวินิจฉัยโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 นายสัตวแพทย์บัณฑิต นวลศรีฉาย หัวหน้ากลุ่มไวรัสวิทยา เป็นวิทยากรและให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าการเกิดโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ วันที่ 21เมษายน 2556 มีผู้ปวยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเขื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ H7N9 จำนวน 102 คน เสียชีวิต 20 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพชำแหละไก่ ทำงานในตลาดสด และผู้ประกอบการฟาร์มสัตว์ปีก สายพันธุ์ของเชื้อไวรัสไข้หวัดนกจัดเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่ม Eurasian และ North America เชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ H7N9 เป็นสายพันธุที่ไม่รุนแรงในสัตว์ปีก สัตว์ปีกที่ได้รับเชื้อมักจะไม่แสดงอาการป่วย แต่จะปล่อยเชื้อปนออกมากับอุจจาระ ดังนั้นในการเก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจวินิจฉัยโรค ควรเก็บโดยวิธ cloacal swab ส่วนการตรวจยืนยันความรุนแรงของเขื้อไวรัสไข้หวัดนก สามารถทำโดยการตรวจสอบ Intravenous pathogenicity index (IVPI) และ Cleavage site ของ Hemagglutinin gene

ทุกห้องปฏิบัติการทางไวรัสวิทยาของสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ และศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตว์แพทย์ สามารถตรวจวินิจฉัยโรคไข้หวัดนกสายพันธุ H5 และ H7 ได้ การตรวจวินิจฉัยโรคไข้หวัดนกสายพันธุ H7N9 ใช้วิธี Real time RT-PCR อ้างอิงตามวิธีขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ประกาศเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2556 การตรวจสายพันธุ์ย่อย (subtype) ของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ สามารถตรวจได้ตั้งแต่ H1 ถึง H15 และ N1 ถึง N9 โดยวิธี RT-PCR ในการเตรียมความพร้อมนี้กลุ่มไวรัลวิทยาร่วมกับบริษัทเอกชน จะจัดฝึกกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรวิธีการตรวจวินิจฉัยโรคไข้หวัดนกโดยวิธี Real time RT-PCR ในวันที่ 15-16 พฤษภาคม 2556 และกลุ่มไวรัสวิทยาได้จัดเตรียมชุดตรวจวินิจฉัยโรคไข้หวัดนกสายพันธุ H7N9 โดยวิธี Real time RT-PCR พร้อมทั้งตัวอย่างเปรียบเทียบความชำนาญให้แก่ทุกศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์

สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์โรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ วันที่ 29 เมษายน 2556 จากเว็บไซต์องค์การอนามัยโลก พบผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A (H7N9) จำนวน 126 ราย เสียชีวิต 24 ราย สำหรับการติดต่อในคน ครั้งนี้ ยังไม่พบหลักฐานการแพร่เชื้อจากคนสู่คน และไม่พบการติดเชื้อในผู้สัมผัส ทั้งนี้ รัฐบาลจีนได้ดำเนินการสอบสวนโรค และมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย ยังไม่เคยพบรายงานการพบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 นี้


ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9

โดย กลุ่มไวรัสวิทยา สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ

โรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 คืออะไร เป็นโรคระบาดของสัตว์ปีกที่มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ชนิด A (Influenza A) โดยไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 ที่มีรายงานการระบาดในประเทศจีนในขณะนี้ จัดอยู่ใน ไข้หวัดนกชนิดรุนแรงน้อยหรือ LPAI (Low Pathogenic Avian Influenza) สัตว์ปีกที่ได้รับเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 อาจแสดงอาการป่วยเพียงเล็กน้อยหรือไม่ แสดงอาการป่วยเลยและที่สำคัญคือไม่ทำให้สัตว์ปีกตาย ซึ่งแตกต่างกับเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ที่เคยมีการระบาดในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2547 ซึ่งเป็น ไข้หวัดนกชนิดรุนแรงมาก (highly pathogenic) ทำให้สัตว์ปีกที่ได้รับเชื้อ ป่วย และตายแบบเฉียบพลัน

รายงานการตรวจพบเชื้อไวรัสโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 ในสัตส์ปีกและคนในประเทศจีน
จากรายงานขององค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) ตั้งแต่วันที่ 4-16 เมษายน 2556 กระทรวงเกษตรของจีนได้รายงานการตรวจพบเชื้อไวรัสโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 จากการสุ่มตรวจตัวอย่างนกพิราบ ไก่ เป็ด และสิ่งแวดล้อมในตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรและตลาดค้าสัตว์ปีกมีชีวิต ในมณฑลเซี่ยงไฮ้ (Shanghai) 3 แห่ง มณฑลเจียงซู (Jiangsu) 3 แห่ง มณฑลเจอเจียง (Zhejiang) 3 แห่ง มณฑลอานฮุย (Anhui) 1 แห่ง และตัวอย่างนกพิราบจากธรรมชาติในมณฑลเจียงซู โดยสัตว์ปีกที่ตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการป่วยหรือตาย (OIE, 2013)

ส่วนรายงานในคนจากศูนย์ป้องกันภัยด้านสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขของประเทศฮ่องกงแจ้งไปยังองค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยันการพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อ influenza A (H7N9) จำนวน 3 ราย ที่มณฑลเซี่ยงไฮ้ (Shanghai) และมณฑลอัน ฮุย (Anhui) พบผู้ป่วยรายแรกเป็นชายอายุ 87 ปี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2556 รายที่สองเป็นชายอายุ 27 ปี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2556 ผู้ป่วยรายที่สามเป็นหญิงอายุ 35 ปี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2556

การระบาดของโรคไข้หวัดนก H7N9 ในประเทศจีน ปี 2013
เริ่มด้วยรายงานผู้เสียชีวิตรายแรก เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2556 โดยมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 ในชายชรา ชาวจีน อายุ 87 ปี จากมณฑลเซี่ยงไฮ้ (Shanghai) จากนั้นก็พบรายงานผู้ป่วยและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นกระจายตัวไปในหลายมณฑลของประเทศจีน จนวันที่ 24 เมษายน 2556 มีรายงานพบผู้ป่วย ด้วยโรคไข้หวัดนก สายพันธุ์ H7N9 ในประเทศจีนไต้หวัน และนับเป็นครั้งแรกที่พบการระบาดของเชื้อไข้หวัดนกชนิดดังกล่าวแพร่ออกไปนอกเขตจีนแผ่นดินใหญ่ สรุปยอดผู้ป่วยและเสียชีวิตจาก ไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 วันที่ 28 เมษายน 2556 มีผู้ติดเชื้อและป่วย จำนวน 122 คน และมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 23 คน

การติดต่อของโรคไข้หวัดนก H7N9 ในประเทศจีน
ในขณะนี้ยังยืนยันว่าการติดต่อของโรคไข้หวัดนก H7N9 นั้น เกิดจากสัตว์ปีกสู่คนเท่านั้น ยังไม่มีรายงานการติดต่อของโรคระหว่างคนสู่คน การติดต่อของ โรคเกิดขึ้นจากการสัมผัสกับสิ่งคัดหลั่งจากสัตว์ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย อุจจาระ ติดมากับมือและเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อบุจมุก หรือตา โดยระยะการฟักตัวของโรคก่อนจะแสดง อาการอยู่ที่ประมาณ 1 สัปดาห์ (Gao etal., 2013)

อารการป่วยในคนที่ได้รับเชื้อไข้หวัดนก H7N9
จากการศึกษาของ Gao และคณะ (2013) ในผู้ป่วย 3 ราย ซึ่งติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 จาก throat swab พบว่าผู้ป่วยทั้ง 3 รายมีอาการไข้สูง ไอ หายใจ ลำบาก และทำให้เกิดอาการปอดอักเสบ อย่างรุนแรง (severe and fatal respiratory disease) และอาการปอดอักเสบอย่างรุนแรงนี้เองที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ ผู้ป่วยทั้ง 3 รายเสียชีวิตทั้งหมด (รายงานการเสียชีวิตวันที่ 4 มีนาคม, 10 มีนาคมและ 9 เมษายน 2556 ตามลำดับ)

มาตรการในการควบคุมโรคและข้อแนะนำ
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) สนับสนุนให้ประเทศจีนและประเทศอื่นๆ ตรวจจับโรคและจัดการสุขภาพสัตว์ และต้องใช้มาตรการความปลอดภัยทาง ชีวภาพ (Biosecurity) ที่เข้มแข็ง ซึ่งแตกต่างจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์อื่นๆ เนื่องจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์นี้ตรวจพบได้ยากในสัตว์ปีก เพราะไม่แสดงอาการ ของโรคในสัตว์ที่ชัดเจน ดังนั้นเกษตรกรจึงอาจไม่ทราบว่ามีการติดเชื้อไวรัสในฝูงสัตว์

กรมปศุสัตว์จึงแนะนำให้
1. แยกฟาร์มปศุสัตว์ออกจากที่อยู่ของคน และป้องกันไม่ให้นกป่าหรือนกในธรรมชาติเข้ามาสัมผัสกับสัตว์ปีกที่เลี้ยงไว้ รวมถึงสัตว์ชนิดอื่นๆ
2. รายงานสัตว์ป่วยหรือตายไปยังเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทันที
3. ห้ามนำสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตายมาบริโภคหรือจำหน่าย
4. ล้างมือหลังจากสัมผัสสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ปีกและรับประทานอาหารที่ปรุงสุก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์ปีก
5. ห้ามนำสัตว์ปีกป่วยหรือตายทิ้งลงในแหล่งนํ้าสาธารณะ ให้ทำการเผาหรือฝังใต้ระดับพื้นดินไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร และราดทับด้วยนำยาฆ่าเชื้อโรค
6. ไปพบแพทย์หากมีอาการป่วยหลังจากสัมผัสสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ปีก

ติดต่อสอบถามหรือขอรับบริการตรวจโรคไข้หวัดนก H7N9 ได้ที่ห้องปฏิบัติการในสังกัดกรมปศุสัตว์ทุกแห่ง ดังนี้
• สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ โทร 0-25798908 ถึง 14
• ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคเหนือตอนบน (จังหวัดลำปาง) โทร. 054-830178-9, 054-830195-6
• ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคเหนือตอนล่าง (จังหวัดพิษณุโลก) โทร. 0-5531-2072
• ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออกเหนือตอนบน (จังหวัดขอนแก่น) โทร. 0-4326-2050
• ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออกเหนือตอนล่าง (จังหวัดสุรินทร์) โทร. 0-4454-6104
• ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออก (จังหวัดชลบุรี) โทร. 038-742116-19
• ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันตก (จังหวัดราชบุรี) โทร. 032-228419
• ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ (จังหวัดนครศรีธรรมราช) โทร. 0-7577-0008-9, 0-7577-0128-130

เอกสารอ้างอิง
1. FAO. Strong biosecurity measures required in response to influenza A (H7N9) virus. 2013. [Updated 5 April]; Available from: http://www.fao.org/avianflu/cn/ncws/ncws 050413.html
2. Gao R. Cao B. Hu Y. Feng z. Wang D. Hu พ. et al. Human Infection with a Novel Avian-Origin Influenza A (H7N9) Virus. New England Journal of Medicine. 2013 April 11 ;0(0): 1-10.
3.OIE. 16/04/2013 China (People’s Rep. of) notifies three Tow pathogenic avian influenza outbreaks (H7N9). 2013 [Updated 16 April]; Available from: http://www.oie.int/wahis_2/temp/reports/en_fup_0000013268_20130416 161148.pdf



คำถาม – คำตอบเกี่ยวกับการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 ในคน


รายงานสถานการณ์โรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 ในจีน


Disease Outbreak News : WHO


รายงาน Avian Flu : FAO


|หน้าแรก| แผนผังเว็บ| ข้อมูลองค์กร| การบริการ| องค์ความรู้| พัฒนาองค์กร| แผนงาน-วิจัย| บริหารจัดการ| พัสดุ-งบประมาณ| สถิติ-รายงาน| ติดต่อ| English|
Home การบริการ การชันสูตรโรคสัตว์ทางห้องปฏิบัติการ สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติและศูนย์วิจัย-พัฒนาการสัตวแพทย์พร้อมตรวจวินิจฉัยไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9