หน้าแรก องค์ความรู้ เตือนภัยโรคสัตว์ เตือนภัย...เฝ้าระวังโรคฉี่หนู

เตือนภัย...เฝ้าระวังโรคฉี่หนู

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนทีไรอดไม่ได้ที่จะพูดถึงโรคสัตว์ติดคนโรคหนึ่งที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษคือ โรคเลปโตสไปโรสิส หรือ คนทั่วไปเรียกว่า "โรคฉี่หนู" จากการรายงานของสำนักงานระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่ามีผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคเลปโตสไปโรซีสจำนวนมาก รายงานเมื่อปี 2549 สรุปทั้งปีพบว่ามีผู้ป่วยเสียชีวิตเป็นจำนวน 73 ราย จากผู้ป่วยทั้งหมด 3,640 ราย พบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุด รองลงมาเป็นภาคเหนือ มีผู้ป่วยบางส่วนที่ได้รับเชื้อมาจากสัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะเป็นสุนัข สุกร โค กระบือ แพะ แกะ โดยที่เกษตรกรอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เนื่องจากว่าการแสดงอาการของสัตว์ที่ป่วยไม่ชัดเจน หรืออาจเกิดจากเกษตรกรยังไม่รู้จักโรคเลปโตสไปโรสิสมากพอ จึงควรรู้จักโรคเลปโตสไปโรสิสและธรรมชาติของโรคดังนี้

โรคเลปโตสไปโรซีส เป็นโรคที่พบได้ทั่วโลกโดยเฉพาะประเทศในเขตที่มีความชื้นสูง เกิดจากเชื้อ เลปโตสไปร่า เป็นเชื้อแบคทีเรีย มีลักษณะเป็นเกลียว โดยมีสัตว์ฟันแทะโดยเฉพาะหนูเป็นตัวพาหะจึงเป็นที่มาของชื่อ โรคฉี่หนู เชื้อนี้สามารถอาศัยอยู่ในน้ำได้หลายชั่วโมง และ อาศัยในโคลนได้นาน เชื้อเลปโตสไปร่าสามารถมีชีวิตอยู่ในดินหรือในน้ำได้นานถึง 6 เดือน ในสภาวะที่เหมาะสม ฝูงปศุสัตว์ได้รับเชื้อจากการเล็มหญ้า ดื่มน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อน หรือกินอาหารที่ปนเปื้อนปัสสาวะหนู

อาการของโรคในสัตว์ แบ่งออกเป็น 2 แบบด้วยกัน คือ
1. แสดงอาการแบบเฉียบพลัน โดยที่อาการเริ่มแรกในสัตว์ทุกชนิดมักคล้ายคลึงกันไม่มีลักษณะเฉพาะ สัตว์ป่วยจะแสดงอาการเป็นไข้แบบเฉียบพลัน ซึม เบื่ออาหารและเยื่อบุตาอักเสบ เมื่อโรคดำเนินไปสักระยะหนึ่ง สัตว์จะแสดงอาการเฉพาะของโรคนี้มากขึ้น เช่น อาการเลือดออกเกิดภาวะดีซ่าน อาการทางระบบประสาทส่วนกลาง และอาการตับและไตวาย ส่วนในโคนมที่เป็นโรคเลปโตสไปโรซีสในตอนปลายของระยะเฉียบพลันอาจพบอาการเต้านมอักเสบ คลอดลูกออกมาตาย หรือแท้งลูก
2. แสดงอาการแบบเรื้อรัง โดยทั่วไปมักจะพบการติดเชื้อที่ไต ซึ่งอาจพบในสัตว์ป่วยที่ผ่านพ้นระยะเฉียบพลันไปแล้ว โดยที่สัตว์อาจแสดงหรือไม่แสดงให้เห็นก็ได้ เชื้อจะถูกปล่อยออกมากับปัสสาวะเป็นระยะๆ หรือติดต่อกัน ซึ่งระยะเวลาที่สัตว์เป็นพาหะอาจสั้นหรือยาวนานหลายสัปดาห์หลายเดือนขึ้นกับชนิดของสัตว์และชนิดของเชื้อ ศูนย์เลปโตสโรสิส สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ ได้ทำการรวบรวมข้อมูลจากกรณีศึกษาคนที่ป่วยเป็นโรคเลปโตสไปโรสิสโดยได้รับเชื้อจากสัตว์ป่วยหรือสัตว์ที่เป็นพาหะแบบคาดไม่ถึงและคนที่ป่วยนั้นแสดงอาการป่วยแบบเรื้อรังกว่าที่จะรักษาฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาเป็นปกติใช้เวลานานหลายเดือนไปจนถึงหลายปี พร้อมทั้งจะแนะนำวิธีป้องกันอย่างง่าย คือ โรคเลปโตสไปโรซีสเป็นโรคที่เกิดขึ้นในคนได้ง่ายมาก จากการสัมผัสสัตว์ที่ป่วยเป็นโรค หรือเป็นพาหะ คนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับขบวนการแปรรูปเนื้อสัตว์ แต่โรคนี้มีโอกาสติดเชื้อระหว่างคนสู่คนได้น้อยมาก ถ้ามีบาดแผลหรือ รอยถลอก ตามผิวหนังนั้นมีโอกาสเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่าคนที่ป่วยเป็นโรคเลปโตสไปโรสิสเป็นกลุ่มคนที่มีอาชีพอื่นๆ เช่น คนที่ทำงานขุดลอกท่อระบายน้ำ คนที่ทำสวนทำไร่ ขอยกตัวอย่างกรณีศึกษาในกลุ่มอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง เช่น คนงานที่ทำงานในโรงงานแปรรูปเนื้อสุกรซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งผู้ชายคนนี้ทำหน้าที่กรีดช่องท้อง ดึงและ ล้างอวัยวะภายใน เนื่องจากว่าต้องทำงานด้วยความรวดเร็วเพื่อแข่งกับเวลา ทำให้เขาขาดความระมัดระวังขณะทำงาน ถึงแม้ว่าเขาจะใส่อุปกรณ์ป้องกันเช่น พลาสติกกันเปื้อน ถุงมือ และ รองเท้าบูท บ่อยครั้งที่ของเหลวในช่องท้องหรือปัสสาวะในกระเพาะปัสสาวะกระเด็นโดนหน้า หลายวันต่อมาเขามีอาการปวดศรีษะ เป็นไข้ หนาวสั่นและคลื่นเหียนอาเจียน เมื่อเข้าพบแพทย์และทำการ เจาะเลือดตรวจ ได้รับผลยืนยันว่าติดเชื้อเลปโตสไปร่าขณะที่ทำการรักษาอยู่นั้นเกิดภาวะไตวายแทรกซ้อน แพทย์ได้ทำการรักษาโดยให้ยาปฏิชีวนะและรักษาตัวในโรงพยาบาลอีกนานหลายวัน เขาเล่าว่าหลังจากที่ป่วยหนึ่งปี เขายังมีอาการคลื่นเหียนอาเจียนเป็นบางครั้งและต้องเข้าพบแพทย์อยู่เสมอๆ

จากตัวอย่างเหตุการณ์นี้มีข้อควรปฏิบัติ คือ
- ควรมีความรู้เกี่ยวกับอันตรายที่เกิดจากโรคเลปโตสไปโรซีส
- ควรมีวิธีการป้องกันตนเองขณะทำงาน และ ปฏิบัติอย่างเข้มงวด
- ควรเข้าพบแพทย์ทันทีที่พบว่ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับตนเอง
- ต้องแจ้งข่าวสารทันทีที่เกี่ยวกับความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับผู้เกี่ยวข้อง เช่น สัตวแพทย์ เจ้าของฟาร์ม หัวหน้างาน คนงาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง

มีอีกกรณีที่น่าสนใจเป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งซึ่งป่วยเป็นโรคเลปโตสไปโรซีสแบบคาดไม่ถึง จากการให้ข้อมูลเขาเล่าว่า เขาเลี้ยงโคตัวหนึ่งซึ่งกำลังให้กำเหนิดลูกโค เนื่องจากว่าเขาเคยมีประสบการณ์ช่วยทำคลอด เขาจึงลงมือดำเนินการเอง ตั้งแต่ทำความสะอาดแม่โค โดยไม่ใส่ถุงมือ จากนั้นเขาล้างมือแล้วเช็ดมือด้วยผ้าขนหนู หลังจากนั้นก็ไปดื่มน้ำและใช้ผ้าขนหนูผืนเดียวกับที่เช็ดมือ นำมาเช็ดปาก หลายวันต่อมาเขามีความรู้สึกปวดศรีษะอย่างมาก มีอาการไข้ รู้สึกคลื่นเหียนอาเจียน และมีความผิดปกติอีกอย่างคือ เขาถ่ายปัสสาวะออกมาเป็น “สีสนิม” เมื่อเข้าพบแพทย์ ผลการตรวจพบว่าเขาป่วยเป็นโรคเลปโตสไปโรซีส เขาสงสัยว่าเขาน่าจะติดจากการช่วยทำคลอดแม่โคและผลการตรวจแม่โค โดยสัตวแพทย์แจ้งว่า แม่โคของเขาป่วยเป็นโรคเลปโตสไปโรซีส จริงๆ เขาใช้เวลารักษาตัวนานมากประมาณเกือบปีเหมือนกันที่จะฟื้นกลับมาดีเหมือนเดิม จากกรณีศึกษาที่ผมยกตัวอย่างมานี้ ผมเชื่อแน่ว่า ตัวเกษตรกรบางท่านอาจเคยทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงเช่นนี้ จริงไหมครับ ท่านลองคิดดูนะครับว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกันกับกรณีศึกษานี้ ตัวท่านจะมีวิธีการป้องกันตัวเองอย่างไร ไม่ยากใช่ไหมครับเพียงแค่
- สวมใส่ถุงมือตลอดขณะทำงาน
- สวมใส่รองเท้าบูท
- สวมใส่พลาสติกกันเปื้อน

และที่สำคัญท่านต้องแยกผ้าเช็ดมือกับผ้าเช็ดหน้าเป็นคนละผืน เห็นไหมครับว่าอันตรายที่เกิดจากโรคเลปโตสไปโรซีสนั้นมีความรุนแรงมากแค่ไหน ยังมีอีกหลายกรณีศึกษาที่น่าสนใจและจะนำเสนอในฉบับต่อไป แต่ในเบื้องต้นนี้ควรระมัดระวังตนเองไว้ ก่อนดีกว่านะครับ ทั้งนี้หากเกษตรกรหรือประชาชนทั่วไปมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่ ศูนย์เลปโตสไปโรสิส สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ โทร. 0-2579-8908-14 ต่อ 112 ได้ในวันและเวลาราชการ


|หน้าแรก| แผนผังเว็บ| ข้อมูลองค์กร| การบริการ| องค์ความรู้| พัฒนาองค์กร| แผนงาน-วิจัย| บริหารจัดการ| พัสดุ-งบประมาณ| สถิติ-รายงาน| ติดต่อ| English|
Home องค์ความรู้ เตือนภัยโรคสัตว์ เตือนภัย...เฝ้าระวังโรคฉี่หนู