เมนูย่อย

หน้าแรก องค์ความรู้ เตือนภัยโรคสัตว์ ระวัง..! สารพิษอันตรายในช่วงฤดูฝน

ระวัง..! สารพิษอันตรายในช่วงฤดูฝน

โดย กลุ่มเชี่ยวชาญเฉพาะสัตว์ใหญ่ สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ

เนื่องจากในฤดูฝน มีการชะล้างของสารเคมี โดยเฉพาะยาฆ่าแมลง และปุ๋ย ดังนั้นเกษตรกร เจ้าของสัตว์จึงควรระมัดระวังในการปล่อยสัตว์ออกหากินตามทุ่งหญ้า รวมทั้งแหล่งน้ำ สารพิษที่พบบ่อย ได้แก่กลุ่มคาร์บาเมท ออร์กาโนฟอสเฟต และไนเตรทไนไตรท์

พิษของสารกำจัดแมลงกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟทและคาร์บาเมท
สาเหตุ
สารกำจัดแมลงกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟทและคาร์บาเมท ที่มีการใช้ในทางการเกษตร เช่นผสมเมล็ดพันธุ์ คลุกในดิน หรือเพื่อการป้องกันและกำจัดแมลง เห็บ พยาธิภายนอก และพยาธิตัวกลมในสัตว์
- ตัวอย่างสารกำจัดแมลงกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟท ได้แก่ coumaphos, dichlorvos, parathion, methyl-parathion เป็นต้น
- ตัวอย่างสารกำจัดแมลงกลุ่มคาร์บาเมท ได้แก่ carbofuran, aldicarb, methomyl เป็นต้น

อาการ
อาการจะแตกต่างกันตามชนิดของสัตว์สัตว์ โดยสัตว์ที่อยู่ในสภาวะเครียด ซูบผอม หรืออยู่ระหว่างการให้นมจะเกิดการเป็นพิษได้ง่าย มักพบว่ามีอาการ น้ำลายไหล อาเจียน หายใจขัด มีการบีบตัวของระบบทางเดินอาหาร ท้องเสีย เหงื่อออก น้ำตาไหล ม่านตาหดตัว ซีด เกิดสีดำคล้ำ ไม่สามารถควบคุมระบบขับถ่ายได้ เกิดอาการกระตุกเกร็งทั่วตัว เกิดอัมพาต ชัก และตายในที่สุด

การรักษาเบื้องต้น
ในเบื้องต้นให้กรอกน้ำสบู่อ่อนๆเพื่อล้างพิษ จากนั้นทำการรักษาโดยฉีด atropine sulfate ซึ่งเป็นยาทำลายพิษโดยตรง ขนาด 0.1-0.5 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักสัตว์ 1 กิโลกรัม และตามด้วยยาบำรุง ถ้าสัตว์มีอาการชักให้ยาระงับประสาท เช่น phenobarbitone

การป้องกัน
การใช้ยาฆ่าแมลงทั้งสองกลุ่มควรใช้อย่างระมัดระวัง โดยปฏิบัติตามรายละเอียดที่แนบมากับผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้องทั้งขนาด และวิธีการใช้ ส่วนการเก็บรักษาต้องเก็บให้มิดชิดอย่าให้ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ดิน รวมถึงสัตว์ หรือเด็กที่สามารถสัมผัสได้ ส่วนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ควรเพิ่มความระมัดระวังสำหรับแหล่งอาหาร และน้ำของสัตว์

การเก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ตัวอย่างอาหารสัตว์ หรือสิ่งอื่นๆที่สัตว์กิน เช่น หญ้า ที่สงสัยว่าปนเปื้อนสารพิษ อาหารในกระเพาะสัตว์ อวัยวะ ภายใน ได้แก่ ไต ตับ และ ซีรัม

พิษจากไนเตรท ไนไตรท์
สาเหตุ
ไนเตรทละลายน้ำได้ดี สัตว์จึงสามารถได้รับจากอาหารหรือน้ำที่มีการเจือปนอยู่ในปริมาณสูงทำให้ เกิดการเป็นพิษ หรือได้รับจากพืชบางชนิดซึ่งมีการดูดซึมและสะสมไนเตรทในปริมาณสูงเช่น ผักโขม ข้าวฟ่าง ถั่วเหลือง หญ้าอัลฟาฟา หรือจากปุ๋ย เช่น แอมโมเนียมไนเตรท โปแตสเซี่ยมไนเตรท เป็นต้น

อาการ
อาการเป็นพิษพบได้ทั้งชนิดรุนแรงและเรื้อรัง ในรายที่เป็นพิษรุนแรงสัตว์จะแสดงอาการป่วยภายใน 1 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 4 ชั่วโมงหลังจากได้รับสารและตายอย่างรวดเร็ว อาการที่พบส่วนมากคือ เนื้อเยื่อขาดออกซิเจนจะมีสีคล้ำ สัตว์กระวนกระวาย ล้มตัวลงนอนทันที หายใจขัด หอบอ้าปากหายใจ น้ำลายไหล กล้ามเนื้อสั่น เกร็งทั้งตัว ชักและตายในที่สุด ผ่าซากในโคจะพบจุดเลือดออก และปื้นเลือด ที่กระเพาะหมักหรือผ้าขี้ริ้ว และกระเพาะแท้

การรักษาเบื้องต้น
สำหรับโค ให้สารละลายเมทธีลีนบลูความเข้มข้น 2-4%ในน้ำเกลือ ในขนาด 8.8 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

การป้องกัน
เช่นเดียวกับกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟทและคาร์บาเมท

การเก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ตัวอย่างพืชอาหารสัตว์ปริมาณ 100 กรัม ตัวอย่างน้ำ 50 มิลลิลิตร เลือดหรือซีรัมปริมาณ 10 มิลลิลิตร
หมายเหตุ อย่างไรก็ตามอาการที่พบอาจไม่รุนแรง หรือไม่ตรงตามที่ระบุอย่างชัดเจน แต่ถ้าพบสัตว์แสดงความอาการผิดปกติ ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในท้องที่โดยด่วน


|หน้าแรก| แผนผังเว็บ| ข้อมูลองค์กร| การบริการ| องค์ความรู้| พัฒนาองค์กร| แผนงาน-วิจัย| บริหารจัดการ| พัสดุ-งบประมาณ| สถิติ-รายงาน| ติดต่อ| English|
Home องค์ความรู้ เตือนภัยโรคสัตว์ ระวัง..! สารพิษอันตรายในช่วงฤดูฝน