เมนูย่อย

หน้าแรก องค์ความรู้ การจัดการองค์ความรู้ การป้องกันอันตรายจากรังสี ระดับ 1

การป้องกันอันตรายจากรังสี ระดับ 1

โดย นางมาลี ธีรานุสนธิ์ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการพิเศษ กลุ่มพิษวิทยาและชีวเคมี

1. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับรังสี
สสารทั้งหลายในโลกนี้ประกอบด้วยธาตุต่างๆ มากมาย เมื่อสสารสลายตัวจะได้เป็นธาตุต่างๆ และธาตุจะสลายได้เป็นอะตอม ซึ่งอะตอมประกอบด้วยอนุภาคพื้นฐานต่างๆ มารวมกันอนุภาคพื้นฐานที่สำคัญ คือ อิเลคตรอนมีประจุ – 1 โปรตอนมีประจุ + 1 นิวตรอน โฟตอน และนิวคริโนไม่มีประจุ โครงสร้างของอะตอมประกอบด้วย นิวเคลียส ซึ่งมีโปรตอนกับนิวตรอนอยู่ตรงกลาง มีประจุ + มีอิเลคตรอนอยู่วงโคจรรอบนอก มีประจุ - อะตอมในสภาวะปกติจะมีโปรตอนเท่านิวตรอน ทำให้เป็นกลางทางไฟฟ้า

วัสดุกัมมันตรังสี คือ ต้นกำเนิดรังสีประเภทหนึ่ง สามารถแผ่รังสีออกจากตัวเองได้ตลอดเวลาเพื่อปรับสมดุลของตัวจะคลายพลังงาน ออกมาในรูปรังสีต่างๆ เช่น แอลฟา เบต้า แกรมมา นิวตรอน และรังสีเอ็กซ์
ความแรงรังสี คือ อัตราการสลายตัวของอะตอมสารรังสีต่อวินาที
รังสี คือ พลังงานในรูปของอนุภาคหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอะตอม
รังสีมี 2 ประเภท คือ
1. รังสีชนิดที่ไม่ก่ออิออน มีพลังงานต่ำ เช่น คลื่นวิทยุ เรดาร์ ไออาร์ แสงสว่าง ยูวี ไมโครเวฟ
2. รังสีชนิดที่มีอิออน แบ่งเป็น
- ชนิดก่ออิออนโดยตรง มีประจุ เช่น แอลฟา เบต้า
- ชนิดก่ออิออนโดยอ้อม ไม่มีประจุ เช่น นิวตรอน แกรมมา เอ็กซ์
2. ต้นกำเนิดรังสี ( Radioactive Source) แบ่งเป็น
1. แบบปิดผนึก (Sealed Source) บรรจุในแคปซูลสเตนเลส โดยตัววัสดุกัมมันตรังสีไม่แพร่กระจาย มีเพียงรังสี (Radiation) เท่านั้นที่แผ่ออกมา
2. แบบเปิดผนึก (Unsealed Source) เวลาใช้จะมีการแบ่งมาใช้เป็นของเหลวหรือก๊าซ ซึ่งจะมีโอกาสปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมได้

แหล่งกำเนิดรังสีในสิ่งแวดล้อม
1. จากธรรมชาติ เช่น จากอากาศในรูปรังสีคอสมิค ประกอบด้วย รังสีชนิดต่างๆ มากมาย เช่น รังสีโปรตอน นิวตรอน แอลฟา และอนุภาคไอออนหลายชนิด บางชนิดจะถูกกรองจากชั้นบรรยายกาศทำอันตรายกริยากับอะตอม โมเลกุลของก๊าซทำ ให้เกิดโอไซโทปต่าง ๆ เช่น H3 , C12 , F13, O14 บางส่วนจะทะลุผ่านบรรยายกาศลงมาผิวโลก ดังนั้นผู้ที่เดินทางโดยเครื่องบินจะ มีโอกาสได้รับรังสีสูงกว่าปกติ จากพื้นธานีในรูปของสารรังสีต่างๆ ที่มีครึ่งชีวิตยาว เช่น K40 , U238 สามารถเข้าสู่ระบบห่วงโซ่อาหารได้

2. จากมนุษย์สร้างขึ้น มนุษย์เอาไอโซโทปต่างๆ มาใช้ประโยชน์ เช่น
- ทางการแพทย์ ใช้ในการวินิจฉัยและรักษา เช่น I131, Co60, Cs137
- ทางอุตสาหกรรม ใช้ควบคุมการผลิต การถ่ายภาพทางรังสี เช่น Cs137, Ir192
- ทางการศึกษาวิจัย ใช้ติดตามงานด้านเกษตร เช่น C14, H3, Ar41

3. เครื่องวัดรังสี
ประกอบด้วยส่วนที่เป็นหัวรังสี (detector) และส่วนของระบบนับวัด วิเคราะห์สัญญาน (Count and signal analyze system)
หัววัดรังสี แบ่งเป็น
1. หัววัดรังสีแบบเกิดจากการแตกตัวเป็นอิออนของก๊าซ
2. หัววัดรังสีแบบสารกึ่งตัวนำเกิดจากการแตกตัวเป็นอิออนของแข็ง
3. หัววัดรังสีแบบซินทิลเลชั่นเกิดจากการทำให้เกิดประกายแสง
4. หัววัดรังสีแบบฟิล์มแบดส์เกิดจากการทำปฏิกิริยาเคมี
5. หัววัดรังสีแบบนิวตรอน เป็นผลทำให้เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์



ดังนั้น การที่จะรู้ว่ามีปริมาณเท่าไร จะต้องทราบก่อนว่าจะวัดรังสี อะไร เนื่องจากเครื่องมือวัดแต่ละแบบจะมีความสามารถในการวัดรังสีแตกต่าง กัน และมีช่วงของการวัดที่แตกต่างกัน จึงต้องเลือกใช้ให้ถูกต้องและเหมาะสมกับงานนั้นๆ เช่น
1. เครื่องวัดปริมาณรังสีประจำบุคคล ใช่ฟิล์มแบดส์เพื่อติดตัวได้สะดวก สามารถวัดปริมาณรังสีแกรมมา เอ็กซ์ เบต้า ในช่วง 100 m Sv – 5 Sv
2. เครื่องวัด Thermoluminescent (TLD) สำหรับวัดรังสีแกรมมา เอ็กซ์ เบต้า นิวตรอน ในช่วง 2 mSv – 30 Sv
3. เครื่องวัด Portable contamination surveymeter สำหรับสำรวจการเปรอะเปื้อนทางรังสี ตรวจสอบการรั่วของรังสีใช้ ได้ทั้งในห้องปฏิบัติการและภาคสนาม สำหรับวัดรังสี แอลฟา เบต้า แกรมมา 10 Bg
4. ผลของรังสีต่อสิ่งมีชีวิต
ผลของรังสีต่อเซล คือ เกิดปฏิกิริยาโดยตรงกับ DNA หรือเกิดปฏิกิริยาโดยอ้อม โดยรังสีจะทำปฏิกิริยากับน้ำในเซล น้ำจะแตกตัวเป็นอนุมูลอิสระ จากนั้นอนุมูลอิสระจะทำปฏิกิริยากับเซล ทำให้เซลตายหรืออาจเกิดเซลที่ผิดปกติ ถ้าเกิดกับเซลสืบพันธุ์ จะทำให้ส่งต่อไปยังลูกหลานได้ เซลที่มีความไวต่อรังสี คือ เซลที่อยู่ในระหว่างแบ่งเซล สร้างทดแทน เช่น เซลสืบพันธุ์ เซลเม็ดเลือด

ผลของรังสีต่อร่างกาย แบ่งเป็น
1. แบบเฉียบพลัน ได้รับปริมาณสูง ระยะสั้น มีผลต่ออวัยวะที่รับรังสี ซึ่งอาจทำให้อวัยวะนั้นเสียหาย เห็นผลอย่างชัดเจน
2. แบบช้าช้า ได้รับปริมาณต่ำแต่นานๆ ผลไม่เด่นชัด ไม่มีขีดจำกัด ขึ้นกับโอกาสที่ได้รับมากหรือน้อย อาจเป็นผลให้เกิดมะเร็งได้
กฎหมายกำหนดไว้ว่า ผู้ปฏิบัติงานทางด้านรังสี รับรังสีได้ไม่เกิน 5 Rem/ปี หรือ 50 mSv/ปี หรือ 2.5 mRem/ ชั่วโมง

5. อันตรายของสารรังสี
เมื่อสารรังสีอยู่ภายนอกร่างกายจะแผ่รังสีชนิดต่างๆ เข้าสู่ร่างกาย ผลที่ได้รับขึ้นกับชนิดของรังสีความแรงรังสี อายุ และเพศ เช่น รังสีแกรมมา เอ็กซ์ มีผลต่อภายนอกร่างกายมากกว่ารังสีแอลฟา เบต้า
ดังนั้น ป้องกันโดยใช้หลัก ALARA (As Low As Resonably Achievable)
เมื่อสารรังสีอยู่ในร่างกาย ผู้ที่มีโอกาสได้รับมากที่สุด คือ ผู้ที่ปฏิบัติงานกับรังสีชนิดเปิดผนึกซึ่งสามารถระเหยและฟุ้งกระจายเข้าสู่ ร่างการได้ง่าย รังสีที่มีผลต่อภายในร่างกายมากสุด คือ รังสีแอลฟา เบต้า เนื่องจากจะมีการสะสมภายในอวัยวะต่างๆ และทำลายอวัยวะภายใน

6. การจัดการกากกัมมันตรังสี
กากกัมมันตรังสี คือ วัสดุใดๆ ที่ปนเปื้อนด้วยสารกัมมันตรังสีที่ไม่ใช้ประโยชน์ที่มีความเข้มข้นสูงกว่า ที่หน่วยงานที่รับผิดชอบกำหนด เนื่องจากกากกัมมันตรังสีไม่สามารถทำลายให้ปลอดรังสีได้ด้วยวิธีการใดๆ มีเพียงกระบวนการสลายตัวตามธรรมชาติเท่านั้น ซึ่งต้องใช้เวลายาวนานตั้งแต่วินาทีจนถึงล้านปี ขึ้นกับชนิดของสารรังสีนั้นๆ
ดังนั้น การจัดการกากกัมมันตรังสี เป็นการควบคุมไม่ให้กากกัมมันตรังสีส่งผลกระทบต่อ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม มีการบำบัด 3 วิธี คือ
1. การทำให้เข้มข้น แล้วเก็บรวบรวม เพื่อนำส่งหน่วยงานที่รับกำจัด
2. การเจือจาง แล้วปล่อยแพร่กระจาย กรณีที่มีความแรงรังสีน้อยที่ไม่เกินกำหนด
3. การหน่วงเวลา แล้วปล่อยให้สลายตัว กรณีที่มีครึ่งชีวิตที่ยาวนาน

สรุป
การฝึกอบรมครั้งนี้มีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับสาร กัมมันตรังสี เพื่อจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง รู้ถึงการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น และป้องกันมิให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมต่อไป

สารกัมมันตรังสีแม้จะมีอันตรายมาก แต่บางครั้งเรายังต้องใช้ประโยชน์ เช่น ในการวินิจฉัยและรักษา การวิเคราะห์ วิจัย เป็นต้น จึงควรใช้อย่างระมัดระวังและมีการจัดการที่ดี เพื่อความปลอดภัยของทุกคน หากมีวิธีอื่นใดที่ดีกว่าก็น่าจะหลีกเลี่ยงการใช้สารกัมมันตรังสี จะได้ไม่ มีผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม 

_____________________
ที่มา : ข้อมูลการฝึกอบรมหลักสูตร “การป้องกันอันตรายจากรังสี ระดับ 1” วันที่ 1 – 5 สิงหาคม 2548 ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช


|หน้าแรก| แผนผังเว็บ| ข้อมูลองค์กร| การบริการ| องค์ความรู้| พัฒนาองค์กร| แผนงาน-วิจัย| บริหารจัดการ| พัสดุ-งบประมาณ| สถิติ-รายงาน| ติดต่อ| English|
Home องค์ความรู้ การจัดการองค์ความรู้ การป้องกันอันตรายจากรังสี ระดับ 1