เมนูย่อย

หน้าแรก องค์ความรู้ การจัดการองค์ความรู้ การต้านยาของเชื้อ E. coli และเชื้อ Salmonella spp.

การต้านยาของเชื้อ E. coli และเชื้อ Salmonella spp.

สัตวแพทย์หญิง ดร.พรเพ็ญ พัฒนโสภณ กลุ่มแบคทีเรียและเชื้อรา สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ

ปัจจุบันมีการใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านจุลชีพกันอย่างกว้างขวาง และฟุ่มเฟือย ทั้งในคนและในสัตว์ ยาปฏิชีวนะที่ใช้ในสัตว์มีน้อยชนิดกว่าในคน โดยมีข้อจำกัดด้วยปัจจัยของราคาซึ่งต่องนำมาคิดคำนวนเป็นต้นทุนการเลี้ยง ยาปฏิชีวนะที่ใช้กันในสัตว์เท่าที่รวบรวมได้จากทะเบียนประวัติที่บันทึกใน ขณะที่มีการส่งตัวอย่างซากสัตว์เพื่อการตรวจวินิจฉัยโรคระหว่างปี 2537 ถึง 2539 ยาที่ใช้ในสัตว์ปีก มี 17 ชนิด ที่นิยมใช้มากได้แก่ กลุ่ม quinolone (enrofloxacin และ norfloxacin) กลุ่มซัลฟา trimethoprim รวมกัน ซัลฟา และ tylosin รองลงมาได้แก่ neomycin , ampicillin, tetracycline, erythromycin, colistisn,และ chlorannphenicol ที่เหลือนอกนั้นมีใช้อยู่ประปราย ส่วนยาที่ใช้ในสุกรมี 20 ชนิด ที่นิยมใช้ในลำดับต้น ๆ เรียงลำดับได้แก่ Tylosin, penicillin, gentamicin, ยากลุ่มซัลฟา colistin, ampicillin, tetracycline, Trimethoprim ร่วมกับ sulfa, lincomycim, chlortetracycline, chloramphenicol และ kanamycin นอกจากจะมีการใช้ยาในการรักษาและคุมโรคฟาร์มแล้วยังมียาอีกกลุ่มหนึ่งที่ อนุญาตให้ใช้ผสมในอาหารสัตว์ได้ตามกฏหมาย เพื่อเร่งการเจริญเติบโต ในอาหารไก่มีอนุญาตไว้ 11 ชนิด ซึ่งผลิตอาหารสำเร็จรูปสามารถใส่ได้ชนิดก็ได โดยมี chlortetracycline, lincomycin และ oxytetracycline ที่ซ้ำกับกลุ่มที่ใช้ในการรักษา ส่วนอาหารสุกรมีอนุญาตไว้ 8 ชนิด มี chlortetracycline และ tylosin ซ้ำกับยาในกลุ่มที่ใช้รักษา ด้วยปัจจัยดังกล่าวมาแล้วจึงก่อให้เกิดปัญหาดื้อยาในเชื้อแบคทีเรียที่แยก ได้จากสัตว์อย่างมาก

จากการศึกษาการดื้อยาของเชื้อ Salmonella spp. และ E. coli ในสุกรและสัตว์ปีกที่แยกได้จากซากสัตว์ที่ส่งตรวจที่สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติระหว่างเดือนมกราคม 2537 ถึงเดือนตุลาคม 2539 ดดยคิดเป็นค่าเฉลี่ย่ของทั้งสามปีปรากฏว่า มากกว่า 80 % ของเชื้อ Salmonella spp. จากสุกรดื้อยา oxytetracycline, erythromycin และ streptomycin ระหว่าง 60%-79% ของเชื้อดังกล่าวดื้อยา trimetoprim+sulfamethoxazone, chlortracycline, chlorampenicol .และ ampicillin และระหว่าง 40 %-59% ดื้อยา nitrofurantoin, neomycin และ kanamycin ยาที่ยังพอจะใช้ได้ผลคือมีการดื้อยาน้อยกว่า 40 % ของเชื้อ Salmonella spp. จากสุกรได้แก่ ยา gentamicin, tobramycin, colistin, lincomycin, polymyxin B และ cephalothin (30.7%,26.3%,12.3%,11.9%,8.6 % และ 7.8 % ตามลำดับ)
ในบรรดายากลุ่มหลังสุด 6 ชนิด ที่ยังพอใช้ได้ผลนี้ปรากฏว่ายังมีเชื้อ Salmonella spp. ที่ดื้อยาในกลุ่มนี้หนึ่งชนิดหรือมากกว่าอยู่ถึง 44.5 %
เชื้อ Salmonella spp. ที่แยกได้จากสัตว์ปีกมีการต้านยากว่าในสุกร ยากลุ่มที่มีการดื้อยาสูงสุดในสัตว์ปีได้แก่ oxytetracycline, streptomycin และ chlortetracycline (50-70%) ยากลุ่มที่ดื้อรองลงมาได้แก่ trimethoprim-sulfamethoxazone, nitrofurantoin, chloramphenicol, neomycin และ ampicillin (30-49%)
กลุ่มยาที่มีการดื้อยาน้อยที่สุดคือ penicillin, kanamycin, polymyxin B, colistin, gentamicin และ cephalothin ( 28.1% ,20% , 13.9 % ,7.5 %และ 7.4 ตามลำดับ)
พบว่ามีการดื้อยาของเชื้อ E.coli จากสุกรสูงมากยากลุ่มที่มีการดื้อ 80-100% มีอยู่ถึง 8 ชนิด คือ streptomycin, erythromycin, oxytetracycline, chloramphenicol, neomycin, kanamycin และ ampicillin ยากลุ่มที่มีการดื้อ 60%-79% ได้แก่ chlotetracycline , nitrofurantoin และ cephalothin ยากลุ่มที่มีการดื้อ 40%-59% ได้แก่ gentamicin และ tobramycin ส่วน colistin และ polymyxin B มีการดื้อ 16.7 % และ 13.1 % ตามลำดับ ยา polymyxin B และ tobramycin ไม่มีการใช้ในสัตว์ ดังนั้นจึงยังคงเหลือ gentamicin ที่มีอัตราการดื้อยา 51 % และ colistin ที่มีอัตราการดื้อยา 16.7 % เท่านั้นที่หาได้ในท้องตลาด แต่หวังผลการรักษาได้ไม่มากเท่าที่ควร
การต้านยาของเชื้อ E. coli จากสัตว์ปีกก็สูงเช่นกันเมื่อเทียบกับเชื้อ Salmonella spp. แต่ยังน้อยกว่าเชื้อ 6 ชนิด ได้แก่ยา erythromycin, oxytracycline, trimethoprim sulfamethoxazone, neomycin และ chlortetracycline
ยากลุ่มที่ดื้อ 60-79% ได้แก่ streptomycin, chloramphenicol , ampicillin และ cephalothin
กลุ่มที่มีการดื้อน้อยที่สุดได้แก่ nitrofurantoin,gentamicin,colistin, tobramycin และ polymyxin B (58% , 32.7% ,25.3% , 11.8 % และ 9.6 % ตามลำดับ) ปัญหาก็คงเช่นเดียวกันในสุกร คือยาที่มีใช้ในท้องตลาดไม่อาจหวังผลการรักษาได้มากเท่าที่ควร
การต้านยาของเชื้อ E. coli จากสัตว์ปีก็สูงเช่นกันเมื่อเทียบกับเชื้อ Salmonella spp. แต่ยังน้อยกว่าเชื้อ E.coli จากสุกร ยากลุ่มที่มีการดื้อ 80-100% มี 6 ชนิด ได้แก่ยา erythromycin, oxytracycline trimethoprim-sulfamethoxazone , neomycin และ chlortetracycline
ยากลุ่มที่มีการดื้อน้อยที่สุดได้แก่ nitrofurantoin gentamicin, colistin, tobramycin และ polymyxin B (58% ,32.7% ,25.3% ,11.8 % , และ 9.6 % ตามลำดับ) ปัญหาก็คงเช่นเดียวกับในสุกร คือยาที่มีใช้ในท้องตลาดไม่อาจหวังผลการรักษาได้มากเท่าที่ควร
จากข้อมูลที่กล่าวมาแล้วแสดงให้เห็นปัญหาการดื้อยาในสัตว์ที่ใช้บริโภคเป็นอาหารกำลังอยู่ในขั้นวิกฤตโดยเฉพาะเชื้อ E. coli ในสุกรและในสัตว์ปีก

ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่องกำหนดชื่อ ประเภท ชนิด หรือลักษณะของวัตถุที่เติมในอาหารสัตว์ที่ให้ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตอาหาร สัตว์เพื่อขายตลอดจนอัตราส่วน
หรือปริมาณที่ใช้หรือห้ามมิให้ใช้วัตถุนั้นเกินกำหนด พ.ศ. 2539
ประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับประเภททั่วไป เล่ม 113 ตอนพิเศษ 130 วันที่ 8 พฤษภาคม 2539
ให้วัตถุซึ่งมีสรรพคุณเป็นสารเร่งการเจริญเติบโตของสัตว์เป็นวัตถุที่เติมใน อาหารและให้ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตอาหารสัตว์ผสมสำเร็จรูปพื่อขายได้ไม่ เกินอัตราที่กำหนดต่อไปนี้
(1) ในหนึ่งกิโลกรัมของอาหารสัตว์ผสมมาสำเร็จรูปสำหรับไก่กระทง ไก่ไข่หรือไก่พันธ์และเป็ดเนื้อ เป็ดไข่หรือเป็ดพันธุ์ ให้มีวัตถุซึ่งมีสรรพคุณเป็นสารเร่งการเจริญ้ติบโตชนิดใดชนิดหนึ่งหรือหลาย ชนิดของเร่งการเจริฐเติบโตตามชื่อทางวิทยาศาสตร์ต่อไปนี้ใช้เป็นส่วนผสมใน การผลิตอาหารสัตว์ได้ไม่เกินปริมาณที่กำหนดดังต่อไปนี้ (ก) อะโวพาร์ซิน (Avoparcin) ไม่เกิน 10 มิลลิกรัม
(ข) คลอร์เททระไซคลิน (Chlortetracycline) ไม่เกิน 50 มิลลิกรัม
(ค) เอนราไมซิน ( Enramycin) ไม่เกิน 10 มิลลิกรัม
(ง) ฟลาโวฟอสโฟไลพอล (Flavophospholipol) ไม่เกิน 2 มิลลิกรัม
(จ) ลินโคไมซิน (Lincomycin) ไม่เกิน 4 มิลลิกรัม
(ฉ) ไนโทรวิน ( Nitrovin) ไม่เกิน 10 มิลลิกรัม
(ช) ออกซีเททระไซคลิน ( Oxytetracycline) ไม่เกิน 55 มิลลิกรัม
(ซ) ไทโลซิน (Tylosin) ไม่เกิน 22 มิลลิกรัม
(ฌ) เวอร์จิเนียไมซิน (Virginiamycin) ไม่เกิน 15 มิลลิกรัม
(ญ) สไปราไมซิน (Spiramycin) ไม่เกิน 20 มิลลิกรัม
(ฎ) ซิงก์ -แบซิทราซิน (Zinc- Bacitracin) ไม่เกิน 50 มิลลิกรัม

สารเร่งการเจริญเติบโตชนิดไนโทนวิน (Nitrovin) ตามข้อ (ฉ) ในวรรคก่อน ห้ามไม่ให้ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตอาหารสัตว์ผสมสำเร็จรูป สำหรับไข่
สารเร่งการเจริญเติบโตในวรรคหนึ่งทุกชนิด ห้ามมิให้ใช้ผสมในอาหารสัตว์ผสมสำเร็จรูปสำหรับไก่และเป็ดตามอายุและชนิดของ ไก่และเป็ดดังต่อไป
(ก) อาหารสัตว์ผสมสำเร็จรูปสำหรับไก่กระทงอายุมากกว่า 6 สัปดาห์นับแต่วันเกิดเป็นต้นไป
(ข) อาหารสัตว์ผสมสำเร็จรูป สำหรับไก่ไข่หรือไก่พันธุ์อายุมากกว่า 16 สัปดาห์ นับแต่เกิดเป็นต้นไป
(ค) อาหารสัตว์ผสมสำเร็จรูปสำหรับเป็ดเนื้ออายุมากกว่า 8 สัปดาห์ นับแต่วันเกิดเป็นต้นไป
(ง) อาหารสัตว์ผสมสำเร็จรูปสำหรับเป็ดไข่และเป็ดพันธุ์อายุมากกว่า 20 สัปดาห์ นับแต่วันเกิดเป็นต้นไป

(2) ในหนึ่งกิโลกรัมของอาหารสัตว์ผสมสำเร็จรูปสำหรับสุกรระยะแรกเกิดขึ้นถึงน้ำหนัก 60 กิโลกรัม
ให้มีวัตถุซึ่งมีสรรพคุณเป็นสารเร่งการเจริญเติบโตของสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่งหรือหลายชนิดของสารเร่งการเจริญเติบโต ตามชื่อทางวิทยาศาสตร์ต่อไปนี้ใช้เป็นส่วนในกรผลิตอาหารสัตว์ได้ไม่เกินปริมาณที่กำหนดดังต่อไปนี้
(ก) อะโวพาร์ซิน (Avoparcin) ไม่เกิน 20 มิลลิกรัม
(ข) คลอร์เททระไซคลิน (Chlortetracycline) ไม่เกิน 50 มิลลิกรัม
(ค) เอนราไมซิน ( Enramycin) ไม่เกิน 20 มิลลิกรัม
(ง) ฟลาโวฟอสโฟไลพอล (Flavophospholipol) ไม่เกิน 10 มิลลิกรัม
(จ) ไทโลฃซิน(Tylosin) ไม่เกิน 40 มิลลิกรัม
(ฉ) เวอร์จิเนียไมซิน (Virginiamycin) ไม่เกิน 25 มิลลิกรัม
(ช) สไปราไมซิน (Spiramycin) ไม่เกิน 20 มิลลิกรัม
(ซ) ซิงก์-แบซิทราซิน (Zinc-Bacitracin) ไม่เกิน 50 มิลลิกรัม

(3) อาหารสัตว์ผสมอาหารสำเร็จรูป สำหรับสุกร ซึ่มีน้ำหนักตัว ไม่เกิน 25 กิโลกรัม และสุกรซึ่งมีน้หนักตัวเกิน 25 กิโลกรัม แต่ไม่เกิน 60 กิโลกรัม และสำหรับสุกรซึ่งมี น้ำหนักตัวตั้งแต่ 5 กิโลกรัม ถึงน้ำหนักตัว 15 กิโลกรัม และสุกรซึ่งมีน้ำหนักตัวเกิน 15 กิโลกรัม แต่ไม่เกิน 60 กิโลกรัม
ให้มีวัตถุซึ่งมีสรรพคุณเป็นสารเร่งการเจริญเติบโตของสุกรได้ไม่เกินที่กำหนดดังต่อไปนี้
(ก) อาหารสัตว์ผสมสำเร็จรูปสำหรับสุกรน้ำหนักตัวหนักเกิน 5 กิโลกรัม ถึง 15 กิโลกรัม ให้เติมสารออกซีเททระไซคลิน (Oxytetracycline) ได้ไม่เกิน 50 มิลลิกรัม ต่ออาหารสัตว์ผสมสำเร็จรูปหนึ่งกิโลกัมแต่ในอาหารสัตว์ผสมสำเร็จสำหรับสุกร น้ำหนักตัวเกิน 15 กิโลกรัมแต่ไม่เกิน 16 กิโลกรัม ให้เติมสารออกซีเททระไซคลิน (Oxytetracycline) ได้ไม่เกิน 10 มิลลิกรัมต่ออาหารสัตว์ผสมสำเร็จรูปหนึ่งกิโลกรัม
(ข) อาหารสัตว์ผสมสำเร็จรูปสุกรน้ำหนักตัวหนักไม่เกิน 25 กิฏลกรัม ให้เติมสารไนโทรวิน (Nitrovin) ได้ไม่เกิน 20 มิลลิกรัม ต่ออาหารสัตว์สำเร็จรูปหนึ่งกิโลกรัม แต่ในอาหารสัตว์ผสมสำเร็จรูปสำหรับสุกรน้ำหนักตัวเกิน 25 กิโลกรัม แต่ไม่เกิน 60 กิโลกรัม ให้เติมสารไนโทรวัน (Nitrovin) ได้ไม่เกิน 10 มิลลิกรัมต่ออาหารผสมสำหรับรูปหนึ่งกิโลกรัม

(4) ในหนึ่งกิโลกรัมของอาหารสัตว์ผสมอาหารสำเร็จรูปสำหรับโคและกระบือ ซึ่งมีอายุตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุไม่เกิน 1 ปี 6 เดือน ให้มีวุตถุซึ่งมีสรรพคุณเป็นสารเร่งการเจริญเติบโตของสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่ง หรือหลายชนิดของสารเร่งการเจริญเติบโตของสัตว์ชนิดใดหนึ่งหรือหลายชนิดของ สารเร่งการเจริฐเติบโตตามชื่อทางวิทยาศาสตร์ต่อไปนี้เป็นส่วนผสมในการผลิต อาหารสัตว์ผสมสำเร็จรูปได้ไม้เกินปริมาณที่กำหนดดังต่อไปนี้
(ก) อะโวพาร์ซิน (Avoparcin) ไม่เกิน 50 มิลลิกรัม
(ข) คลอร์เททระไซคลิน (Chlortetracycline) ไม่เกิน 50 มิลลิกรัม
(ค) ฟลาโวฟอสโฟไลพอล (Flavophospholipol) ไม่เกิน 8 มิลลิกรัม
(ง) ซิงก์-แบซิทราซิน (Zinc- Bacitracin) ไม่เกิน 30 มิลลิกรัม
(จ) ลาซาโลซิดโซเดียม (Lasalocid sodium) ไม่เกิน 20 มิลลิกรัม
(5) กำหนดให้วัตถุประเภทสารควบคุมหนอนและแมลงซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่าไซโรมาซีน (Cyromazine) เป็นวัตถุที่เติมในอาหารสัตว์สำเร็จรูปสำหรับไก่ไข่เพื่อขายได้ในอัตรา 5 มิลลิกรัม
(6) ในอาหารสัตว์ผสมสำเร็จรูป สำหรับ ไก่ เป็ด สุกร โค กระบือ ภายในระยะเวลา 7 วัน ก่อนทำการฆ่าเพื่อการบริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์เป็นอาหาร ห้ามไม่ให้ใช้วุตถุซึ่งมีสรรพคุณเป็นสารเร่งการเจริญเติบโตของสัตว์และสาร ควบคุมหนอนและแมลงตามกำหนดในข้อ 4 และข้อ 5 แห่งประกาศนี้ทุกชนิด เติมหรือผสมในอาหารสัตว์หรือในหารผลิตอาหารสัตว์

______________________________
ที่มา : เอกสารประกอบการฝึกอบรมเรื่อง "โรคสำคัญที่เป็นปัญหาในระบบทางเดินอาหารสุกร" จัดโดยสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ, 7-10 มกราคม 2541.


|หน้าแรก| แผนผังเว็บ| ข้อมูลองค์กร| การบริการ| องค์ความรู้| พัฒนาองค์กร| แผนงาน-วิจัย| บริหารจัดการ| พัสดุ-งบประมาณ| สถิติ-รายงาน| ติดต่อ| English|
Home องค์ความรู้ การจัดการองค์ความรู้ การต้านยาของเชื้อ E. coli และเชื้อ Salmonella spp.