เมนูย่อย

หน้าแรก องค์ความรู้ เตือนภัยโรคสัตว์ โรคปอดจากเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยและการเก็บตัวอย่างที่ถูกวิธี

โรคปอดจากเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยและการเก็บตัวอย่างที่ถูกวิธี

นายสัตวแพทย์ทิวา สินธพสิริพร คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

โรคปอดหรือโรคระบบทางเดินเดินหายใจเป็นโรคที่ทำความเสียหายต่อฟาร์มสุกรค่อน ข้างมากในปัจจุบันทั้งทางตรงและทางอ้อม เพราะตั้งแต่มีโรคพีอาร์เอสเข้ามาในประเทศไทย จะพบว่าอัตราการป่วย หรือความเสียหายที่เกิดจากโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นในปริมาณที่ค่อนข้าง มาก สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ฟาร์มของเราเกิดโรคอะไรขึ้น เราจำเป็นต้องรู้จักอาการของโรค แต่ละโรคก่อนและขั้นตอนที่สำคัญขั้นตอนหนึ่งในการยืนยันว่าปัญหาในฟาร์มเกิด จากอะไรกันแน่ คือ เราต้องมีการเก็บตัวอย่างและส่งตัวอย่างไปตรวจหาสาเหตุ สำหรับสาร KUVA ฉบับนี้ผมจะมาเล่าอาการของโรคระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ พบบ่อบๆ อย่างง่ายๆ และในการเก็บตัวอย่างที่ถูกวิธีให้ฟังนะครับ

อาการของโรคระบบทางเดินหายใจต่าง ๆ ที่พบบ่อย
โรคติดเชื้อมัยโคพลาสมา (Enzootic pneumonia)
เป็นโรคที่มีอัตราการป่วยที่สูง แต่มีอัตราการตายที่ต่ำ อาการหลัก ๆ ของโรคมักเป็นลักษณะเรื้อรังและเป็นแบบไอแห้ง ๆ โดยอาจเห็นการหายใจด้วยช่องท้อง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พื้นที่ในการแลกเปลี่ยนแก๊สในปอดลดลง ทำให้สุกรแคระแกรนไม่โต เวลาผ่าซากออกมาจะพบปอดเป็นลักษณะคล้ายตับ ที่รียกว่า red หรือ gray hepatization โดยจะเป็นแบบไหน ขึ้นกับว่าเกิดโรคมาระยะเวลานานเพียงใด

โรคเกลสเซอร์ (
Glasser’ disease)
สุกรมักแสดงอาการหอบหายใจ อาจมีข้อบวม ขาเจ็บ ซึม มีไข้ เวลาผ่าซากออกมาจะพบเป็นแผ่นหนองที่เรียกว่า Fibrinopurulent exudates ปกคลุมอยู่ตามช่องอกและช่องท้อง

โรคปอดและเยื่อหุ้มปอดอักเสบ (
APP)
อาการที่แสดงออกจะขึ้นกับ อายุ ภาวะภูมิคุ้มกันสภาพแวดล้อมและปริมาณของเชื้อ ซึ่งสุกรที่พบเป็นโรคนี้ส่วนใหญ่มัก ตายอย่างเฉียบพลัน สุกรอาจมีไข้สูง เบื่ออาหาร ผิวหนังบริเวณปลายจมูก หู ขาเป็นสีม่วง แสดงอาการหายใจลำบากก่อนตายมักมีเลือดออกมาให้เห็นทางปากและจมูก เมื่อผ่าซากดูจะพบลักษณะเป็นก้อนคล้ายฝีอยู่ในเนื้อปอด รวมทั้งพบสิ่งคัดหลั่งเป็นพอง มีเลือดปนอยู่ในส่วนของหลอดลมและหลอดลมฝอยด้วย

โรคพาสเจอเรลโลซิส (
Pasteurellosis)
สุกรจะแสดงอาการหายใจลำบาก พบการใช้ช่องท้องในการช่วยหายใจ ซึม มีไข้สูง (อาจถึง 42 ºC) มักเป็นในช่วงสุกรรุ่นหรือขุน แต่มักไม่ตายอย่างเฉียบพลัน และโรคนี้มักเกิดหลังจากสุกรป่วย ด้วยโรคมัยโคพลาสมา มาก่อนด้วย เมื่อผ่าซากพบว่าเกิดการยึดติดของเยื่อหุ้มปอดกับช่องอก หรือเกิดการยึดติดกันระหว่างเนื้อปอดกันเอง เนื้อปอดบริเวณที่มีการอักเสบอาจเกิดการเปลี่ยนสีได้ ตั้งสีแดงไปจนถึงสีม่วง ขึ้นอยู่กับระยะของการติดเชื้อ และอาจพบของเหลวเป็นฟองอยู่ในหลอดลมด้วย

โรคสเตรป
โตคอดโคซิส (Sterptocccosis)
อาการส่วนมากจะพบเป็นข้อบวม และมีการชักรวมด้วยแต่ในบางครั้งก็ทำให้เกิดความเสียหายในระบบทางเดินหายใจ ได้ด้วย เมื่อผ่าซากมาจะพบว่าอาจพบมีแผ่นหนองอยู่ในช่องอกได้ (Suppurtive broncopneumonia) แต่ไม่ลามไปถึงช่องท้อง หรืออาจพบเจอจุดเลือดออกที่เนื้อปอดได้ ซึ่งเกิดจากภาวะการณ์ติดเชื้อในกระแสเลือด

            ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นอาการและรอยโรคที่เราพบเจอกันอยู่เป็นประจำ ต่อไปผมจะอธิบายถึงวิธีการเก็บตัวอย่างในการส่งตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้อง

เทคนิคการเก็บตัวอย่าง (Sampling technique)
การเลือกตัวอย่างเพื่อการชันสูตรซากนั้น มีหลักสำคัญ ดังนี้
1.  ชนิดของตัวอย่าง
ในฟาร์มปศุสัตว์นั้น จะทำการเลือกจากสัตว์ป่วยที่เป็นตัวแทนของกลุ่มที่มีปัญหาโดยยึดหลัก  ดังนี้

  1. ต้องเป็นสัตว์ที่เริ่มแสดงอาการป่วย
  2. เป็นสัตว์ที่ยังมีชีวิตอยู่
  3. ต้องเป็นสัตว์ที่ยังไม่ได้รับการรักษาโดยเฉพาะการใช้ยาปฏิชีวนะ

2.  จำนวนตัวอย่างที่จะส่งชันสูตร
ซึ่งมีจำนวนที่เหมาะสม  ดังนี้

  1. ลูกสุกรแท้ง (หลายขนาด)  จำนวน  3 – 5 ตัว
  2. ลูกสุกรแรกเกิด จำนวน  3 – 5 ตัว
  3. ลูกสุกรหย่านม จำนวน  2 – 3 ตัว
  4. ลูกสุกรที่มีนำหนักระหว่าง 6.8 – 45.5 กก. จำนวน  1 – 3 ตัว
  5. ลูกสุกรที่มีน้ำหนักมากกว่า 45.5 กก. จำนวน  1   ตัว

3.  ชนิดของชิ้นเนื้อที่จะเลือกเก็บตัวอย่าง
ขึ้นอยู่กับปัญหา โดยควรเก็บให้มีส่วนที่ปกติและผิดปกติอยู่ด้วยกัน

การเก็บตัวอย่าง
1.  การเก็บตัวอย่างปอด  ควรตัดเนื้อปอดให้มีบริเวณที่ปกติและผิดปกติอยู่ในชิ้นเนื้อเดียวกัน และควรรีบเก็บทันทีที่ทำการชันสูตรซาก หรืออาจส่งไปทั้งปอดเลยก็ได้ และควรเก็บในถุงหรือภาชนะที่สะอาด
2.  การเก็บตัวอย่างเลือด  พยายามอย่าทำให้เม็ดเลือดแดงแตกเพราะการใช้ซีรั่มที่มีการแตกของเม็ดเลือด แดง (hemolysis) อาจไปมีผลต่อการตรวจโดยเฉพาะด้วยวิธี อีไลซ่า (enzyme-linked immunosorbent assay; ELISA) ควรเก็บซีรั่มให้ได้ 0.5 - 1 มิลลิลิตรต่อการตรวจแต่ละครั้ง
3.  ตัวอย่างเนื้อเยื่อหรือเลือด  ควรเก็บโดยการแช่เย็น และอยู่ในภาวะแช่เย็น (4 - 5 ºC) ขณะส่งห้องปฏิบัติการ ถ้าเป็นตัวอย่างสดควรส่งให้ถึงห้องปฏิบัติการให้เร็วที่สุด (ภายใน 24 ชั่วโมง) เพื่อป้องกันการตายของแบคทีเรีย และป้องกันการเพิ่มจำนวนของแบคทีเรียที่ไม่ก่อโรค ซึ่งอาจจะไปกดการเจริญของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรค
4.  การขนส่งตัวอย่างควรใส่ถุงให้มิดชิดกันการปนเปื้อนของตัวอย่างเมื่อน้ำแข็ง ละลาย หรืออาจใช้ ice pack (refrigerant) ที่เป็นน้ำหรือเจล ซึ่งเจลจะรักษาความเย็นได้นานกว่า การเลือกใช้วัสดุทำความเย็นขึ้นอยู่กับปริมาณตัวอย่างและระยะเวลาในการขนส่ง
5.  ควรระบุโรคหรือปัญหาที่สงสัยให้ทางห้องปฏิบัติการทราบ  เพื่อจะได้วิธีตรวจที่เหมาะสมกับแต่ละโรคหรือวิธี

ตารางที่  1  แสดงตัวอย่างเพื่อการวินิจฉัยโรค

โรค (Disease)

สาเหตุ (Agent)

ตัวอย่างที่เก็บ (Tissue sample)

วิธีการตรวจ (Test method)

โรคติดเชื้อมัยโคพลาสมา (Enzootic pneumonia)

Mycoplasma hyopneumoiae

ปอด
ซีรั่ม

Gross, Histopath, FA, IHC, PCR CF, ELISA

โรคปอดเยื่อหุ้มปอดอักเสบ (APP)

Actinobacillus pleuropneumoniae

น้ำในช่องอกหรือถุงหุ้มหัวใจซีรั่ม

เพาะเชื้อ
CF, ELISA

โรคพลาสเจอเรลโลซิส (Pasteurellosis)

Pasteurella multocida

ปอด

Gross, Histopath
เพาะเชื้อ

โรคสเตรปโตคอคโคซิส (Streptococcus)

Streptococcus suis type ll

ปอด สมอง ป้ายจากเยื่อหุ้มสมอง, ข้อที่มีรอยโรค

Gross, Histopath
เพาะเชื้อ

โรคเกลสเซอร์ (Glasser’s disease)

Hemophilus parasuis

ปอด สมอง ป้ายจากเยื่อหุ้มสมองหรือในช่องอก-ช่องท้องที่มีรอยโรค

Gross, Histopath,
เพาะเชื้อ

            เป็นยังไงบ้างครับอาการของโรคปอดที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียและวิธีในการเก็บ ตัวอย่างง่ายๆ การวินิจฉัยโรคนั้น นอกจากจะอาศัยประสบการณ์และความชำนาญแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่จะทำให้เราหาสาเหตุของโรคในฟาร์มได้อย่างถูก ต้องก็คือ การเก็บตัวอย่างที่ถูกต้องและรวดเร็วนี่เองครับ

-------------------------------
ที่มา : สาร KUVA ปีที่ 6 ฉบับที่ 3 – 4 กรกฎาคม – ธันวาคม 2549 หน้า 24 - 26


|หน้าแรก| แผนผังเว็บ| ข้อมูลองค์กร| การบริการ| องค์ความรู้| พัฒนาองค์กร| แผนงาน-วิจัย| บริหารจัดการ| พัสดุ-งบประมาณ| สถิติ-รายงาน| ติดต่อ| English|
Home องค์ความรู้ เตือนภัยโรคสัตว์ โรคปอดจากเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยและการเก็บตัวอย่างที่ถูกวิธี