หน้าแรก การบริการ ห้องปฏิบัติการโรคผึ้ง-แมลง

การตรวจวินิจฉัยและชันสูตรโรคในผึ้ง


การเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจวินิจฉัยโรคผึ้ง

ปัจจุบันมีผู้บริโภคน้ำผึ้งและผลิตภัณฑ์ เพื่อสุขภาพเพิ่มมากขึ้น การเลี้ยงผึ้งจึงมีการเพิ่มมากขึ้น ทั้งเพื่อการส่งออก และบริโภคภายในประเทศ ปัญหาสำคัญที่ตามมา คือ การแพร่ระบาดของโรคในผึ้ง ทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ และมีต้นทุนสูงขึ้น ดังนั้นจะเป็นการดีถ้าใช้วิธีการเฝ้าระวังโรค โดยการเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ในกรณีที่เริ่มแสดงอาการป่วย หรือยังไม่แสดงอาการป่วย เพื่อจะได้ทราบถึงสภาวะรอยโรค และหาวิธีควบคุม ป้องกันได้ทันเหตุการณ์ เป็นการลดความสูญเสียที่จะตามมา โรคผึ้งที่สำคัญทางการค้า โรคผึ้งที่เป็นโรคระบาดตาม มาตรา 4 เฉพาะในกรณีการนำเข้าหรือนำผ่านราชอาณาจักร ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 21 (พ.ศ. 2528) ออกตามความในพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2499 ดังนี้ คือ
    1. โรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ได้แก่ โรคอเมริกันฟาล์วบรูด และโรคยูโรเปียนฟาล์วบรูด
    2. โรคที่เกิดจากเชื้อรา ได้แก่ โรคชอล์คบรูด
    3. โรคที่เกิดจากไร ได้แก่ โรคอะคาไรน์ โรควาร์รัว และโรคโทรปิลิแลปส์
    4. โรคที่เกิดจากโปรโตซัว ได้แก่ โรคโนซีมา
    5. โรคที่เกิดจากไวรัส ได้แก่ โรคแซคบรูด โรคอัมพาตของผึ้ง และโรคเบราลา

การเก็บตัวอย่าง

กรณีที่สงสัยว่าเกิดโรคกับตัวอ่อน ตัวเต็มวัย และรังผึ้ง เมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติ เช่น ฝาหลอดรวงปิดไม่สนิท ตัวอ่อนตาย หลอดรวงมีสีน้ำตาลเข้มถึงดำ ผึ้งงานเก็บซากของตัวอ่อนมาทิ้งหน้ารัง มีกลิ่นเหม็น รังเน่า ตัวแก่พิการ หรือตาย ให้พิจารณาเก็บตัวอย่าง ดังนี้
1. ตัดส่วนของรังบริเวณที่พบว่ามีการตายของตัวอ่อนมากที่สุด ขนาด 10 ตารางเซนติเมตร ใส่ในถุงพลาสติกที่สะอาด ปิดปากถุงให้แน่น เขียนหมายเลขและชื่อให้ชัดเจนด้วยปากกากันน้ำ สวมด้วยถุงพลาสติกอีกหนึ่งชั้น
2. การเก็บตัวเต็มวัยให้ใช้กระบอกพลาสติกฝาเกลียวที่สะอาด ขนาดพอเหมาะตักตัวผึ้งจากฝารัง ประมาณ 100 ตัว รีบปิดฝาให้สนิท แล้วปิดทับด้วยเทปพันสายไฟ เขียนหมายเลขและชื่อให้ชัดเจนด้วยปากกากันน้ำที่ส่วนบนของฝา สวมด้วยถุงพลาสติกอีกหนึ่งชั้น กรณีที่ตัวอ่อน และตัวเต็มวัย ยังไม่แสดงอาการป่วย

การเก็บตัวอย่างตรวจเพื่อการเฝ้าระวังโรค ให้พิจารณาเก็บตัวอย่างดังนี้
1. เก็บตัวอ่อน อายุ 4 - 5 วัน จนถึงระยะดักแด้ใส่ในหลอดกาแฟ 15 ตัว/1 รัง สำหรับ 1 ตัวอย่าง และทำการสุ่ม ทุกจุดที่เลี้ยงผึ้ง จุดละ 1 ตัวอย่าง โดยเลือกรังที่ตัวผึ้งแข็งแรงน้อยที่สุด ตามวิธีดังนี้
    1.1 เตรียมหลอดกาแฟแบบยาว ชนิดใส (เพื่อให้สังเกตเห็นตัวอ่อนได้ชัดเจน) ที่เปิดห่อใหม่ มาตัดออกเป็น 4 ส่วนเท่าๆ กัน
    1.2 ใช้ไฟลนด้านใดด้านหนึ่งของหลอด รีบบีบให้ติดกันไม่มีรูรั่ว จะได้หลอดปลายปิดหนึ่งข้าง
    1.3 นำหลอดที่ได้เก็บไว้ในถุงพลาสติก โดยให้ปลายเปิดหันเข้าด้านในถุง เพื่อกันสิ่งสกปรกกระเด็นเข้าไปในหลอด ถุงละ 15 หลอด ปิดปากถุงให้สนิทเพื่อเตรียมไปใส่ตัวอย่าง  
    1.4 ใช้ปากคีบปลายเล็ก (ปลายมล ไม่คม) หรือใช้ด้านป้านของไม้จิ้มฟันที่สะอาดสองอันคีบตัวอ่อนแทนก็ได้ นำตัวอ่อนใส่ในหลอดกาแฟที่เตรียมไว้ เคาะเบาๆให้ตัวอ่อนลงด้านล่าง จากนั้นรีบใช้ไฟลนปากหลอดแล้วบีบปิดให้สนิท
    1.5 ทำเช่นเดียวกับข้อ 1.4 ทีละตัวจนครบ 15 ตัว/1 ตัวอย่าง โดยการสุ่มเก็บกระจายให้ทั่วคอน ทุกครั้งที่คีบตัวอ่อน ให้เช็ดปากคีบด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์ 70 % ทุกครั้ง หรือถ้าใช้ไม้จิ้มฟันต้องเปลี่ยนอันใหม่ทุกครั้ง และควรระวังไม่ให้มีน้ำผึ้งปนมากับตัวอ่อน จากนั้นนำหลอดที่มีตัวอ่อน 15 หลอดใส่ในถุงพลาสติก เขียนหมายเลขและชื่อให้ชัดเจนด้วยปากกากันน้ำที่ถุงพลาสติก แล้วสวมด้วยถุงพลาสติกอีกหนึ่งชั้น
2. การเก็บตัวเต็มวัย ทำเช่นเดียวกับกรณีที่สงสัยว่าเกิดโรค การบรรจุและการขนส่ง ตรวจสอบการบรรจุตัวอย่าง ปิดปากภาชนะที่บรรจุอย่างมิดชิด เขียนหมายเลขตัวอย่าง ชื่อเจ้าของอย่างชัดเจน นำมาแช่ในภาชนะเก็บความเย็น ควรระวังอย่าให้น้ำแข็งกดทับตัวอย่างที่เป็นหลอดกาแฟ และขนส่งให้ถึงห้องปฏิบัติการภายใน 24 ชั่วโมง พร้อมใบประวัติการเลี้ยง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่
นายสัตวแพทย์นพพร โต๊ะมี
กลุ่มแบคทีเรียและเชื้อรา สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ
โทรศัพท์ : 02-5798908 ถึง 14 ต่อ 407 (วัน-เวลาราชการ)

|หน้าแรก| แผนผังเว็บ| ข้อมูลองค์กร| การบริการ| องค์ความรู้| พัฒนาองค์กร| แผนงาน-วิจัย| บริหารจัดการ| พัสดุ-งบประมาณ| สถิติ-รายงาน| ติดต่อ| English|
Home การบริการ ห้องปฏิบัติการโรคผึ้ง-แมลง