หน้าแรก แผนงาน-วิจัย โครงการป้องกัน ควบคุม กำจัดโรค แผนป้องกันกำจัดโรคโลหิตจางติดเชื้อในม้า

แผนป้องกันกำจัดโรคโลหิตจางติดเชื้อในม้า

กรมปศุสัตว์ มีแผนป้องกันกำจัดโรคโลหิตจางติดเชื้อในม้า หรือโรคโลหิตจางติดต่อในม้า (Equine infectious anemia : EIA) ประจำปี 2554 (กษ 0610.02/ว7044 ลว. 31 มีนาคม 2554) ด้วยเหตุที่ม้าเป็นสัตว์พาหนะสำคัญที่ใช้ในการเดินทาง ลากจูงรถ ขนสัมภาระ แข่งขัน งานประเพณี ท่องเที่ยว และสันทนาการ จากข้อมูลประชากรม้าในประเทศไทยระบุว่าในปี พ.ศ.2531 มี 18,919 ตัว (ประมวลสถิติประจำปี 2531 กรมปศุสัตว์) เลี้ยงกระจายอยู่ส่วนใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคเหนือ จากข้อมูลล่าสุดในปี พ.ศ.2553 มี 5,523 ตัว (ประมวลสถิติประจำปี 2553 กรมปศุสัตว์) ปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการลดลงของม้า เช่น ลดการเลี้ยงใช้งานเนื่องจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยียานยนต์ ทำให้ความจำเป็นในการใช้งานม้าลดลงตามไปด้วย ยกเว้นในถิ่นทุรกันดารห่างไกลตัวเมืองและแถบเนินเขา ส่วนปัญหาด้านโรคในม้ามีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เช่น โรคโลหิตจางติดเชื้อในม้า หรือโรคโลหิตจางติดต่อในม้า ที่ต้องมีการควบคุม ป้องกัน และกำจัดโรคนี้เพราะว่าเป็นโรคระบาดสัตว์ตามกฎหมาย โรคโลหิตจางติดเชื้อในม้าเป็นโรคติดต่อที่สำคัญในม้า ลา และล่อ พบในม้าทุกอายุ เพศ พันธุ์ มีสาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส ในตระกูล Retroviridae ติดต่อทางเลือดโดยใช้เครื่องมือ เครื่องใช้ที่ปนเปื้อนเลือดจากตัวที่เป็นโรค เช่น เข็มฉีดยา เครื่องมือผ่าตัด ฯ และติดต่อโดยแมลงดูดเลือดเป็นตัวนำ สัตว์ป่วยมีอาการ 2 ลักษณะ คือ แบบเฉียบพลันมีไข้สูง อาจถึง 107 F (42 C) ซึม เบื่ออาหาร ค่าเกล็ดเลือดต่ำ และแบบเรื้อรังมีอาการอ่อนเพลีย น้ำหนักลด ซึม มีไข้ขึ้นๆ ลงๆ โลหิตจาง อาจพบอาการบวมน้ำ โดยเฉพาะที่ส่วนท้องและปลายขา การตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการของสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ และศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ ใช้วิธี Agar Gel lmmunodiffusion Test (Coggin's Test) โรคนี้ไม่มีการรักษาที่ได้ผล การป้องกันทำได้โดยตรวจสุขภาพสัตว์อย่างน้อยปีละครั้ง หากพบตัวเป็นโรคต้องแยกออก จากฝูง เพื่อป้องกันการแพร่โรค มีรายงานว่าหากมีตัวที่ให้ผลบวกต่อการทดสอบโรค ควรแยกออกจากฝูงระยะอย่างน้อย 180 เมตร ไม่ใช่เข็มฉีดยาร่วมกัน ส่วนเครื่องมือ เครื่องใช้อื่นๆ ควรล้างและแช่น้ำยา ฆ่าเชื้อก่อนใช้กับม้าตัวอื่น และกำจัดแมลงดูดเลือดที่เป็นตัวนำโรค การรักษา ควบคุม และป้องกันต้องทดสอบโรคทุกปี ควบคุมการใช้เครื่องมือ เครื่องใช้ ที่ใช้ร่วมกันในฝูง เช่น เข็มฉีดยา เนื่องจากโรคนี้ติดต่อทางเลือดได้ และ กำจัดตัวที่ตรวจพบว่าเป็นโรค

โรคนี้ไม่สามารถรักษาได้และที่สำคัญเชื้อไวรัสสามารถอยู่ในตัวม้าที่ติดเชื้อได้ตลอดชีวิต เป้าหมายเป็นกลุ่มม้าใช้งานของเกษตรกร ได้แก่ ม้าขนพืชไร่ ม้าชมรมเพื่อการท่องเที่ยว ฯ เนื่องจากม้ากลุ่มนี้ได้รับบริการด้านสุขภาพจากทางราชการน้อยกว่าม้าในกลุ่มอื่น การดำเนินงานประกอบด้วยการทำรูปพรรณ บันทึกประวัติม้าตามระบบการทำเครื่องหมายและขึ้นทะเบียนสัตว์แห่งชาติ การทดสอบโรค และจัดทำคู่มือการดูแลสุขภาพม้าเพื่อประชา สัมพันธ์ความรู้ให้แก่เจ้าของและผู้เลี้ยงม้า แนวทางการป้องกันและควบคุมโรค รวมทั้งคัดกรองม้าที่เป็นพาหะของโรคโลหิตจางติดเชื้อนำเข้าจากต่างประเทศ ต้องไม่มีประวัติการเกิดโรคนี้ในพื้นที่เลี้ยงภาย ในรัศมี 100 กิโลเมตร และให้ผลลบต่อการทดสอบโรคด้วยวิธี Agar Gel lmmunodiffusion Test ตามวิธีการที่ OIE แนะนำ ควบคุมการเคลื่อนย้าย กักกันม้านำเข้าไม่น้อยกว่า 30 วัน และเก็บตัวอย่างซีรั่มส่งตรวจ ในการนี้สำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์จะจัดหาชุดทดสอบโรคให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเก็บตัวอย่างซีรั่มม้าทุกตัวที่มีอายุ 1 ปีขึ้นไป และส่งทดสอบโรคทางห้องปฏิบัติการของสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ และศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ และรายงานผลการทดสอบโรคให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2554 กรณีพบผลบวกให้ดำเนินการสอบสวน ควบคุม กำจัด และเฝ้าระวังโรคต่อไป...

|หน้าแรก| แผนผังเว็บ| ข้อมูลองค์กร| การบริการ| องค์ความรู้| พัฒนาองค์กร| แผนงาน-วิจัย| บริหารจัดการ| พัสดุ-งบประมาณ| สถิติ-รายงาน| ติดต่อ| English|
Home แผนงาน-วิจัย โครงการป้องกัน ควบคุม กำจัดโรค แผนป้องกันกำจัดโรคโลหิตจางติดเชื้อในม้า