หน้าแรก หน้า 4

ประวัติความเป็นมา - หน้า 4

ต่อมามีการก่อตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์อีก 3 แห่ง คือ

พ.ศ.2536 ก่อสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออก (ชลบุรี) ตั้งอยู่ข้างเส้นทางหลวงหมายเลข 349 ตำบลคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี รับผิดชอบพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ชลบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง สมุทรปราการ และสระแก้ว


พ.ศ.2541 ก่อสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันตก (ราชบุรี) ตั้งอยู่ข้างเส้นทางหลวงหมายเลข 3357 ตำบลเขาชะงุ้ม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี รับผิดชอบพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร


พ.ศ.2543 ก่อสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคเหนือตอนล่าง (พิษณุโลก) ตั้งอยู่ข้างเส้นทางหลวงหมายเลข 117 ตำบลวังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก รับผิดชอบพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก กำแพงเพชร ตาก นครสวรรค์ พิจิตร เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ และอุทัยธานี และศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (สุรินทร์) ตั้งอยู่ข้างเส้นทางหลวงหมายเลข 214 (ปราสาท-สุรินทร์) ตำบลนาบัว อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ รับผิดชอบพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี


ปีงบประมาณ 2546-2547 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ สังกัดสำนักสุขศาสตร์สัตว์และสุขอนามัย

สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ เป็นองค์กรหลักของประเทศในการวิจัย ชันสูตรโรค และถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านสุขภาพสัตว์ภายในประเทศแล้ว ยังร่วมมือกับกรมวิเทศสหการ และ JICA จัดฝึกอบรมหลักสูตร Diagnosis Technology and Control Measures for Livestock Major Diseases ให้แก่เจ้าหน้าที่จากประเทศไทย และกลุ่มประเทศแถบเอเชียเป็นรุ่นแรกเมื่อ ปี 2541โดยมีนายสัตวแพทย์วิมล จิระธนะวัฒน์ หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ เป็นผู้ประสานติดต่อด้านงบประมาณกับต่างประเทศ และสัตวแพทย์หญิงโศภิษฐ์ ธัญลักษณากุล ประสานงานการจัดฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี โครงการนี้ได้จัดทุกปีจนถึงปี 2547 เป็นรุ่นที่ 7 หลักสูตร Animal Health Related to Food Safety รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม - 10 มิถุนายน 2548 ยังได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลออสเตรเลียโดยองค์การ ACIAR (Australia Centre for International Agricultural Research) ส่งผู้เชี่ยวชาญออสเตรเลียมาปฏิบัติงานร่วมกับศูนย์วิจัยและชันสูตรโรคสัตว์ภาคเหนือในโครงการพัฒนาการชันสูตรโรคปากและเท้าเปื่อย นอกจากความช่วยเหลือในระยะแรกแล้ว รัฐบาลญี่ปุ่นยังให้ความช่วยเหลือสถาบันฯ ในด้านเทคนิคและวิชาการอย่างต่อเนื่องอีกเป็นระยะที่ 2 (2538-2542) มีมูลค่า 80 ล้านเยน หรือประมาณ 13.6 ล้านบาท ยังให้ความช่วยเหลือจัดสร้างศูนย์โรคปากและเท้าเปื่อยที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา สังกัดกองผลิตชีวภัณฑ์มูลค่า 200 ล้านบาท สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ ทำหน้าที่ทางด้านค้นคว้าทางสัตวแพทย์และสุขภาพสัตว์ในขอบเขตด้านงานชันสูตรโรคสัตว์สาขาต่างๆ งานวิจัยทางสัตวแพทย์ งานระบาดวิทยา และบริการสุขภาพสัตว์ ร่วมมือกับรัฐบาลประเทศเยอรมันในโครงการปรับปรุงสุขภาพสัตว์ไทย-เยอรมัน (GTZ : Gesellschatf fuer Technische Zusammenarbeit) โครงการชันสูตรและควบคุมโรคปากและเท้าเปื่อย โครงการความช่วยเหลือจาก ADB, FAO, OIE เป็นต้น



ต่อมามีประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาลงวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ.2537 เปลี่ยนชื่อ "สถาบันสุขภาพสัตว์และผลิตสัตว์แห่งชาติ" เป็น "สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ (National Institute of Animal Health : NIAH)" กรมปศุสัตว์ มีคำสั่งที่ 80/2541 ลงวันที่ 26 มกราคม พ.ศ.2544 จัดตั้งห้องปฏิบัติการอ้างอิงระดับชาติสำหรับโรคนิวคาสเซิล ณ สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ ห้องปฏิบัติการตั้งอยู่บริเวญชั้นล่างของอาคารปฏิบัติการ งบประมาณดำเนินงานส่วนหนึ่ง ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมผู้ส่งออกไก่ฯ ในการจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ สารเคมี และค่าจ้างเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน เพื่อการเฝ้าระวังโรคนิวคาสเซิลในฝูงสัตว์ปีกที่ผลิตเพื่อการส่งออกผลิตภัณฑ์



Page 4 of 12 All Pages

<< Start < Prev 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

|หน้าแรก| แผนผังเว็บ| ข้อมูลองค์กร| การบริการ| องค์ความรู้| พัฒนาองค์กร| แผนงาน-วิจัย| บริหารจัดการ| พัสดุ-งบประมาณ| สถิติ-รายงาน| ติดต่อ| English|
Home หน้า 4