โรคไข้หวัดนก (Bird Flu, Avian Flu)

สัตวแพทย์หญิงอารุณี ชัยสิงห์

ข่าว "เด็กชายชาวฮ่องกงวัย 3 ขวบ เสียชีวิตด้วยไข้หวัดใหญ่อย่างกระทันหันจากการติดเชื้อไวรัสไก่" ในเดือนสิงหาคม 2540 ก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนต่อวงการแพทย์อย่างมาก เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่มีการตรวจพบเชื้อไวรัส H5N1 ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสชนิดที่พบเฉพาะในสัตว์ปีกเท่านั้น ไม่เคยพบในคนมาก่อน ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อมีผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสชนิดเดียวกันนี้เพิ่มขึ้นอีก 13 ราย และที่สงสัยอีก 6 ราย รวมมียอดผู้เสียชีวิต 4 ราย ถึงวันที่ 3 มกราคมนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการค้าไก่ในฮ่องกง ประชาชนเลิกบริโภคไก่เพราะกลัวติดโรค มีการปิดตลาดขายไก่ทำความสะอาดราว 2,200 แห่ง และทำลายไก่ทั่วเกาะฮ่องกงจำนวน 1.2 ล้านตัว เพื่อป้องกัน โรคไข้หวัดใหญ่ หรือที่เรียกว่า "ไข้นก (bird flu)" ซึ่งแพร่ระบาดมาจากสัตว์ปีก
เนื่องจากประเทศไทยมีการเลี้ยงไก่ และส่งออกเนื้อไก่เป็นจำนวนมาก จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำความรู้จักโรคนี้และป้องกันไม่ให้โรคแพร่ระบาดเข้ามาในประเทศ โดยต้องช่วยกันควบคุมโรคอย่างเข้มงวด มีการเฝ้าระวังโรคอย่างดี ตลอดจนมีการเตรียมพร้อมให้เจ้าหน้าที่เกษตรกร และผู้ที่เกี่ยวข้อง มีความรู้และตระหนักถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ทั้งทางตรงจากการสูญเสียไก่ที่ตายเพราะการติดเชื้อ และที่สำคัญที่สุดคือการสูญเสียรายได้ของประเทศ เนื่องจากผลกระทบทางการค้าระหว่างประเทศในการส่งออกเนื้อและผลิตภัณฑ์ไก่ไปยังประเทศต่างๆ โดยมีสาเหตุจากการเกิดโรคระบาดร้ายแรงและไม่สามารถควบคุมได้ทันท่วงที
Influenza (ไข้หวัดใหญ่) หมายถึง โรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Influenza ในตระกูล Orthomyxoviridae ซึ่งเป็น RNA ไวรัสชนิดมีเปลือกหุ้ม (envelope) โดยมี surface antigens ที่สำคัญ ได้แก่ hemagglutinin (H) มี15 ชนิด และ neuraminidase (N) มี 9 ชนิด เชื้อไวรัส Influenza แบ่งเป็น 3 types ได้แก่
Type A แบ่งย่อยเป็นหลาย subtypes ตามความแตกต่างของ H และ N antigens พบในคนและสัตว์ชนิดต่างๆ
- คน พบ 3 ชนิดได้แก่ H1N1, H2N2, H3N2 (และ H5N1??)
- สุกร พบ 3 ชนิดได้แก่ H1N1, H1N2 และ H3N2
- ม้า พบ 2 ชนิดได้แก่ H3N8 และ H7N7
- สัตว์ปีก พบทุกชนิดได้แก่ H1-15 และ N1-9
type B ไม่มี subtype พบเฉพาะในคน
type C ไม่มี subtype พบในคนและสุกร

ลักษณะและความทนทานของเชื้อ
เชื้อไวรัสนี้มีเปลือกหุ้มจึงถูกทำลายได้ง่ายด้วยความร้อน (เช่น ที่อุณหภูมิ 56oC นาน 3 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 60oC นาน 30 นาที) และสารเคมีต่างๆ เช่น สารที่มีคุณสมบัติในการละลายไขมัน (lipid solvents), formalin, betapropiolactone, oxidizing agents, sodium dodecylsulfate, hydroxylamine, ammonium ions และ iodine compounds เชื้อนี้สามารถคงอยู่ได้นานในสิ่งขับถ่าย เช่น น้ำมูก น้ำตา น้ำลาย เสมหะ อุจจาระ ฯ
เชื้อนี้สามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงทาง antigenicity ได้ง่าย โดยมีการเปลี่ยนแปลงที่ gene เพียงเล็กน้อย (antigenic drift) หรือมีการเปลี่ยน gene ในกรณีที่เซลล์มีการติดเชื้อ 2 subtypes ที่แตกต่างกัน กลายเป็น subtype ใหม่ (antigenic shift)

การติดเชื้อในสัตว์ปีก (Avian influenza) แบ่งออกเป็น
1. Apathogenic and mildly pathogenic avian influenza เป็นชนิดที่ไม่แสดงอาการ และที่ทำให้มีอาการป่วยเพียงเล็กน้อย พบได้ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกอาจมีสาเหตุจากเชื้อชนิด H1-15
2. Highly pathogenic avian influenza (HPAI) หรือเดิมเรียกว่า Fowl plague เป็นชนิดที่ทำให้เกิดอาการรุนแรงมากมีอัตราการตายสูง มีรายงานการระบาดในบางประเทศเท่านั้น เช่น สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก ประเทศยุโรป ออสเตรเลีย ฮ่องกง และปากีสถาน ในประเทศไทยไม่เคยมีการระบาดของโรคนี้ แม้ว่าจะเป็นโรคในพระราชบัญญัติโรคสัตว์ พ.ศ.2499

ข้อกำหนดที่แสดงว่าเชื้อที่แยกได้เป็นชนิด HPAI
OIE
1. เชื้อ avian influenza virus (AIV) ที่ทำให้ไก่ทดลองอายุ 4-6 สัปดาห์ที่ได้รับเชื้อโดยการฉีดเข้าเส้นเลือดตายภายใน 10 วัน จำนวนมากกว่า หรือเท่ากับ 75% (6/8 ตัว)
2. เชื้อชนิด H5, H7 หรือชนิดอื่นที่ไม่เป็นไปตามข้อที่ 1 แต่มีการเรียงตัวของกรดอะมิโนตรงตำแหน่ง hemagglutinin cleavage ใกล้เคียงกับเชื้อชนิด highly pathogenic avian influenza virus
3. เชื้อ AIV ชนิดที่ไม่ใช่ H5 หรือ H7 แต่ทำให้ไก่ทดลองจำนวน 8 ตัวตาย 1-5 ตัว และสามารถเจริญเติบโตและทำให้เซลล์เพาะเลี้ยงเกิดการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่มี trypsin

EU
1. มีค่า Intravenous pathogenicity index (IVPI) ในไก่ทดลองอายุ 6 สัปดาห์ มากกว่า 1.2
2. เชื้อชนิด H5 หรือ H7 ที่มี basic amino acids หลายตัวตรงตำแหน่ง hemagglutinin cleavage

การแพร่กระจายของเชื้อ AIV
เนื่องจากความแตกต่างของ basic amino acids (Iysine, arginine) ตรงตำแหน่ง hemagglutinin cleavage ระหว่าง เชื้อชนิดไม่รุนแรงและชนิดรุนแรงมาก ความสามารถในการเจริญเติบโตของเชื้อในร่างกายสัตว์จึงแตกต่างกัน เชื้อชนิดไม่รุนแรงสามารถเจริญได้ในเซลล์ของทางเดินหายใจ และทางเดินอาหารเท่านั้น แต่เชื้อชนิดรุนแรงมากสามารถเจริญในเซลล์อวัยวะอื่นๆ ได้ จึงทำให้เกิดอาการป่วยอย่างรุนแรง
การแพร่ของเชื้อ AIV จากสัตว์ที่ติดเชื้อทางสิ่งขับถ่ายต่างๆ โดยเฉพาะทางอุจจาระของนกเป็ดน้ำ ซึ่งมักเป็นตัวอมเชื้อแต่ไม่แสดงอาการ ทำให้มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำได้เป็นเวลานาน
จากการระบาดของ HPAI ครั้งใหญ่ในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี ค.ศ.1983-1984 Cappucci และคณะรายงานการพบเชื้อนี้ได้ทั้งที่เปลือกไข่และภายในไข่จากแม่ไก่ที่ติดเชื้อ
การติดต่อในสัตว์เกิดขึ้นได้ทั้งทางตรงโดยการสัมผัสกับสัตว์ป่วยและสิ่งขับถ่ายจากสัตว์ป่วย และทางอ้อมจากเชื้อที่ปนเปื้อนในน้ำ อาหาร เสื้อผ้า รองเท้า พาหนะ และอื่นๆ

อาการและวิการ
ระยะฟักตัวของโรคอาจสั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงจนถึง 3 วัน ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อ วิธีการที่ได้รับเชื้อ จำนวนเชื้อ และชนิดของสัตว์
อาการ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ชนิดสัตว์ อายุ สภาวะความเครียด โรคแทรกซ้อน และอื่นๆ เชื้อที่ทำให้เกิดอาการรุนแรงในสัตว์ปีกชนิดหนึ่งอาจไม่ทำให้เกิดอาการใดๆ ในสัตว์ปีกอีกชนิดหนึ่ง อาการที่พบโดยทั่วไป ได้แก่
- ซูบผอม ซึมมาก ไม่กินอาหาร ขนยุ่ง ไข่ลด
- ไอ จาม หายใจลำบาก น้ำตาไหลมาก หน้าบวม หงอนมีสีคล้ำ
- อาจมีอาการของระบบประสาท และท้องเสีย
- รายที่รุนแรงจะตายกระทันหันโดยไม่แสดงอาการ (อัตราตายอาจสูงถึง 100%)
วิการ ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อ ชนิดสัตว์ และอื่นๆ เช่นเดียวกัน ในรายที่รุนแรงและตายทันทีอาจไม่พบวิการใดๆ ลักษณะของวิการที่มีรายงานในไก่และไก่งวง ได้แก่
- ซากผอมแห้ง
- มีการบวมน้ำใต้ผิวหนังที่ส่วนหัวและคอ
- ตาอักเสบบวมแดง และอาจมีจุดเลือดออก
- หลอดลมอักเสบรุนแรงมีเมือกมาก
- มีจุดเลือดออกที่กระเพาะแท้ โดยเฉพาะตรงรอยต่อกับกึ๋น
- มีการลอกหลุดและจุดเลือดออกที่ผนังของกึ๋น
- ไตบวมแดงและอาจพบยูเรตที่ท่อไต

โรคที่คล้ายคลึงกัน
- อหิวาต์ไก่ชนิดรุนแรง
- นิวคาสเซิล
- กล่องเสียและหลอดลมอักเสบติดต่อ
- การติดเชื้อมัยโคพลาสม่า และแบคทีเรียชนิดอื่นๆ

การวินิจฉัยและชันสูตรโรค
จำเป็นต้องทำการแยกพิสูจน์เชื้อไวรัสและการทดสอบความรุนแรงของเชื้อทางห้องปฏิบัติการ
การตรวจแยกเชื้อทางไวรัสวิทยา ตัวอย่างที่ใช้ในการตรวจ
- Tracheal และ cloacal swabs (หรือ feces) จากสัตว์ป่วย
- อวัยวะภายในต่างๆ เช่น ปอด ตับ ม้าม หัวใจ สมอง ลำไส้ ฯ

วิธีการตรวจ
- แยกเชื้อไวรัสโดยฉีดเข้าไข่ไก่ฟัก (อย่างน้อย 2 passages)
- ตรวจคุณสมบัติของเชื้อที่แยกได้โดยใช้เม็ดเลือดแดงไก่ (hemagglutination, HA) และไม่ถูกยับยั้งด้วยแอนติซีรั่มต่อเชื้อไวรัสนิวคาสเซิล (hemagglutination inhibition, HI)
- ตรวจการตกตะกอนในเนื้อวุ้น (agar gel immunodiffusion, AGID) กับแอนติซีรั่มอ้างอิงต่อเชื้อ avian influenza A
- ทดสอบความรุนแรงของเชื้อที่แยกได้ โดยฉีดเชื้อเข้าเส้นเลือดไก่ทดลอง
- ส่งเชื้อที่แยกได้ไปยังห้องปฏิบัติการอ้างอิงเพื่อแยก subtype
การตรวจทางซีรั่มวิทยา
- ตรวจการติดเชื้อ AIV type A โดยวิธี AGID และอีไลซ่า
- ตรวจการติดเชื้อว่าเป็น subtype (H) ชนิดใด โดยวิธี HI กับแอนติเจนที่เตรียมจาก subtype ชนิดต่างๆ ที่สำคัญได้แก่ H5 และ H7

การควบคุมและป้องกัน
- มีการสุขาภิบาลและการจัดการฟาร์มที่เข้มงวด
- ในกรณีที่เกิดโรคระบาดให้ทำลายสัตว์ทั้งหมด
- ทำความสะอาดโรงเรือนและใช้ยาฆ่าเชื้อโรคให้ทั่วถึง
- พักเล้าอย่างน้อย 21 วัน

การระบาดของโรค Avian influenza จากรายงานของ OIE ปี พ.ศ.2539-2540 (ค.ศ.1996-1997)
ปี 2539-2540 มีรายงานการระบาดในประเทศลาว พม่า เนปาลและปากีสถาน แต่ไม่มีรายงานยืนยันโดยการแยกและพิสูจน์เชื้อ ดังนี้
ฮ่องกง เกิดการระบาดในเดือนมีนาคม - เมษายน ในฟาร์มไก่ 3 แห่ง จำนวน 4,500 ตัว พบว่าเกิดจากเชื้อ HPAI ชนิด H5N1
อิตาลี เกิดการะบาดของโรคในไก่ เป็ด และนกต่างๆ จำนวน 6 ครั้ง รวมสัตว์ป่วย ตาย และถูกทำลายเพื่อควบคุมโรคกว่า 3,50 ตัว พบว่าเกิดจากเชื้อ HPAI ชนิด H5N2
ออสเตรเลีย เกิดการระบาดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม ในฟาร์มไก่ 2 แห่ง จำนวน 158,000 ตัว และในฟาร์มไก่/นกอีมู 1 แห่ง ซึ่งมีไก่ 33,000 ตัว และนกอีมู 261 ตัว พบว่าเกิดจากเชื้อ HPAI ชนิด H7N4

การระบาดของไข้หวัดใหญ่ในฮ่องกง
- เมษายน 2540 เกิดการระบาดของโรค Highly pathogenic avian influenza (HPAI) ในฟาร์มไก่ 3 แห่ง มีไก่ตาย ประมาณ 4,500 ตัว ตรวจพบเชื้อไวรัส HPAI ชนิด H5N1
- พฤษภาคม 2540 เมื่อวันที่ 9 พ.ค. เด็กชายอายุ 3 ปี เริ่มป่วย เป็นไข้ เจ็บคอ และไอ ต่อมาเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแล้วเสียชีวิต ในวันที่ 21 พ.ค. เนื่องจากระบบหายใจล้มเหลว (ตามประวัติเด็กคนนี้สัมผัสกับไก่ป่วยมาก่อนที่จะแสดงอาการป่วย)
- สิงหาคม 2540 ตรวจพบเชื้อไวรัส H5N1 จากตัวอย่างที่เก็บจากเด็กคนนี้ขณะป่วย ซึ่งเป็นชนิดที่พบเฉพาะในสัตว์ปีกเท่านั้นไม่เคยพบในคนมาก่อน
- พฤศจิกายน 2540 มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 3 ราย ด้วยอาการมีไข้ เจ็บคอ และไอ ตรวจพบเชื้อไวรัส H5N1 เช่นเดียวกัน ทั้ง 3 รายนี้ไม่มีประวัติการสัมผัสกับไก่มาก่อน ไม่ได้คลุกคลีกับผู้ป่วยรายแรกและผู้ป่วยคนอื่นๆ ผู้ป่วยรายที่สองเป็นเด็กชายอายุ 2 ปี เป็นโรคหัวใจตั้งแต่กำเนิด เริ่มป่วยวันที่ 6 พ.ย. และหายป่วยวันที่ 9 พ.ย. รายที่สามเป็นชายอายุ 54 ปี เริ่มป่วยวันที่ 24 พ.ย. และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. และรายที่สี่เป็นเด็กหญิงอายุ 13 ปี เริ่มป่วยวันที่ 20 พ.ย. และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.
- ธันวาคม 2540 มีผู้ป่วยที่ตรวจพบเชื้อ H5N1 เพิ่มขึ้นอีก 9 ราย ตามประวัติ บางรายเป็นญาติกัน และมีผู้สงสัยว่าป่วยซึ่งยังไม่ได้รับการยืนยันอีก 6 ราย เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. มีผู้ป่วยหญิงอายุ 60 ปี เสียชีวิตเป็นรายที่สี่
ทางการฮ่องกงได้ประกาศงดการนำเข้าไก่จากจีนแผ่นดินใหญ่ เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นแหล่งต้นตอของการระบาด และได้ตัดสินใจทำลายไก่ทั่วเกาะฮ่องกงจำนวน 1.2 ล้านตัว เพื่อควบคุมการระบาดของเชื้อนี้

เจ้าหน้าที่ของฮ่องกง ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และจากศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของสหรัฐ (CDC) ได้ร่วมมือกันศึกษาเกี่ยวกับการะบาดของเชื้อ AIV จากไก่สู่คนในครั้งนี้โดย
- การตรวจซีรั่มต่อเชื้อ H5N1 ด้วยวิธี microneutralization assay ของกลุ่มคนที่มีโอกาสสัมผัสกับเชื้อ (จากเด็กที่ตายรายแรก) จำนวน 502 คน โดยมีกลุ่มเปรียบเทียบจำนวน 419 คน พบว่าในกลุ่มเปรียบเทียบไม่มีแอนติบอดีเลย แต่ในกลุ่มคนที่มีโอกาสสัมผัสกับเชื้อตรวจพบแอนติบอดี้จำนวน 9 ราย คิดเป็น 1.8% โดยมีรายละเอียดดังนี้

กลุ่มคนที่มีโอกาสสัมผัสกับเชื้อ
จำนวนตัวอย่างที่ตรวจพบ/ทั้งหมด
%
1. กลุ่มคนที่คลุกคลีกับเด็กที่ป่วยตายรายแรก    

ครอบครัวเดียวกัน

0 / 4
-

ผู้ดูแลเด็กป่วย

1a / 54
1.9

เด็กนักเรียน ครู และผู้ปกครอง

1b / 261
0.4
2. กลุ่มคนที่อาศัยบริเวณเดียวกับเด็กที่ป่วยตายรายแรก
1c / 63
1.6
3. เจ้าหน้าที่ในห้องปฏิบัติการ
1 / 73
1.4
4. เกษตรกร

ผู้เลี้ยงไก่

5 / 29
7.2

ผู้เลี้ยงสุกร

0 / 18
-
a ไม่มีประวัติคลุกคลีกับไก่
b เด็กนักเรียนมีประวัติคลุกคลีกับไก่
c ประวัติไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการคลุกคลีกับไก่

ผลการศึกษาครั้งนี้บ่งชี้ว่าการติดเชื้อ H5N1 อาจเกิดจากการสัมผัสกับไก่ที่ติดเชื้อ การสัมผัสกับเชื้อโดยตรง และการคลุกคลีกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อ
- การวิเคราะห์ทางพันธุกรรมของเชื้อไวรัส H5N1 ที่แยกได้จากเด็กที่ตายรายแรกนี้ไม่พบความแตกต่างกับเชื้อที่แยกได้จากไก่ซึ่งเป็นการยืนยันว่าเชื้อนี้แพร่จากไก่ป่วยสู่คน ส่วนการติดต่อระหว่างคนมีโอกาสเป็นไปได้น้อย เนื่องจากตรวจไม่พบแอนติบอดีจากคนในครอบครัวเดียวกับผู้ป่วย และตรวจพบแอนติบอดี้เพียง 2 ราย จากกลุ่มคนที่สัมผัสกับเด็กป่วย ฉะนั้น WHO จึงไม่ประกาศว่าฮ่องกงเป็นเขตระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่
การศึกษาของผู้เชี่ยวชาญกลุ่มนี้ยังคงดำเนินต่อไปเพื่อหาข้อสรุปของปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการระบาดของเชื้อนี้จากไก่สู่มนุษย์ และโอกาสของการแพร่เชื้อนี้ระหว่างมนุษย์ด้วยกัน นอกจากนั้นยังมีการเฝ้าระวังโรค ตลอดจนมีการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นต่อไป

การดำเนินงานของกรมปศุสัตว์ในการป้องกันการระบาดของ HPAI
เนื่องจากยังไม่มีการระบาด HPAI ในประเทศไทยมาก่อน ดังนั้นหากมีการระบาดเกิดขึ้น จะทำให้มีการแพร่ระบาดออกไปได้อย่างรวดเร็ว และสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมีมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันดังต่อไปนี้
1. การป้องกันโรคที่อาจติดมากับการนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ ซึ่งในขณะนี้ฝ่ายด่านกักกันสัตว์ กองควบคุมโรคระบาด กรมปศุสัตว์ ได้ประสานไปยังสายการบินทุกสาย และบริษัทเดินเรือทุกแห่งในการงดนำเข้าสัตว์ปีก รวมทั้งสุนัขและแมว จากสาธารณรัฐประชาชนจีน และฮ่องกง เข้ามายังประเทศไทยอย่างเข้มงวด
2. การกำจัดโรคหากมีการระบาดเกิดขึ้นในประเทศไทย โดยใช้มาตรการการเฝ้าระวังทางคลินิก (Clinical Surveillance) โดยเน้นให้เจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ในทุกพื้นที่ออกตรวจเยี่ยมและดูแลสุขภาพสัตว์ปีกในพื้นที่ที่รับผิดชอบเป็นพิเศษ หากพบสัตว์ปีกที่สงสัยว่าป่วยด้วยโรค HPAI จะต้องประกาศเขตโรคระบาดทันที และกักกันสัตว์ปีกทั้งหมดในบริเวณดังกล่าว หากพบว่าสัตวปีกนั้นป่วยด้วย HPAI จริง จะต้องทำลายสัตว์ปีกในบริเวณที่เกิดโรคนั้นทั้งหมด



...ความรู้เกี่ยวกับโรคไข้หวัดนก...เพิ่มเติม

----------------------------------------
ที่มา : จดหมายข่าวสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ ISSN 0858-4516 ปีที่ 7 ฉบับที่1 (มกราคม-กุมภาพันธ์ 2541)