โรคที่สำคัญในกวาง

กลุ่มโรคสัตว์น้ำและสัตว์ป่า สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ

Anaplasmosis
สาเหตุ
เกิดจากเชื้อริคเค็ทเซีย Anaplasma marginale การแพร่โรคไม่จำเป็นจะต้องอาศัยสิ่งมีชีวิตเป็นตัวนำโรค (mechanical transmission) ได้แก่ แมลงทุกชนิด เข็มฉีดยา และอุปกรณ์ต่างๆ
อาการ
จะขึ้นกับปริมาณเชื้อที่สัตว์ได้รับ ในกรณีที่ติดเชื้อจำนวนไม่มาก กวางจะเป็นตัวอมโรค โดยไม่แสดงอาการ แต่ในกรณีที่มีเชื้อจำนวนมากจะทำให้กวางเกิดโรคโลหิตจางอย่างรุนแรง
การรักษา
ใช้ยา Oxytetracycline ในขนาด 20 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยฉีดครั้งเดียวเข้ากล้ามเนื้อ

การควบคุม/ป้องกัน

จะต้องทำความสะอาดอุปกรณ์ทุกชนิดที่ใช้ในการเลี้ยง


Brucellosis

เป็นโรคติดต่อระหว่างคนและสัตว์ และเป็นได้ในสัตว์หลายชนิด เช่น โค กระบือ สุกร แพะ แกะ สุนัข ม้า และกวาง
สาเหตุ
เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Brucella spp. ติดต่อโดยเชื้อที่มีอยู่ในลูกแท้ง รก และปัสสาวะของตัวป่วย ผ่านเข้าทางปาก เยื่อเมือกของจมูก ตาขาว ช่องคลอด และลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย แล้วไปยังอวัยวะเป้าหมายได้แก่ มดลูกที่ตั้งครรภ์ ต่อมน้ำนม ม้าม ลูกอัณฑะ ต่อมน้ำเหลือง และข้อต่อ
อาการ
สัตว์ป่วยจะแท้งลูก ลูกตายขณะคลอด ผสมไม่ติด รกค้าง ลูกอัณฑะอักเสบ ขากะเผลกอย่างรุนแรง และข้อขาบวม
การรักษา
ไม่ทำการรักษา
การควบคุม/ป้องกัน
ทำการตรวจโรคนี้ให้แก่กวางทุกตัวในฝูงปีละ 1 ครั้ง แล้วคัดตัวป่วยออก นอกจากนี้ควรตรวจโรคกวางก่อนซื้อ และซื้อกวางจากฟาร์มที่ไม่มีประวัติการป่วยด้วยโรคนี้


Tuberculosis (TB)

เป็นโรคเรื้อรังที่ติดต่อระหว่างสัตว์และคน เป็นได้ในสัตว์เกือบทุกชนิด
สาเหตุ
เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Mycobacterium bovis ซึ่งเชื้อจะถ่ายทอดโดยตรงจากตัวป่วยสู่ตัวปกติผ่านทางลมหายใจ การกินอาหาร และน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ การเลี้ยงแบบแออัดจะเป็นปัจจัยเสริมให้โรคแพร่ระบาดได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น
อาการ
สัตว์ป่วยจะแสดงอาการในระยะท้ายๆ ของโรค เนื่องจากขบวนการก่อโรคเป็นไปอย่างช้าๆ แบบเรื้อรัง จนกระทั่งเกิดรอยโรคที่มีลักษณะเป็นก้อนฝีอยู่ในอวัยวะต่างๆ จึงจะแสดงอาการเช่น ไอ เหนื่อยง่าย ผอม หลังจากแสดงอาการได้ไม่นานก็ตาย
การรักษา
ไม่ทำการรักษา เนื่องจากไม่ให้ผลดี และใช้ระยะเวลานาน
การควบคุม/ป้องกัน
ทำการทดสอบโรคโดยทำ tuberculin test ที่ผิวหนัง แล้วคัดตัวป่วยออกจากฝูง


Johnne's disease

เป็นโรคเรื้อรังของระบบทางเดินอาหารของสัตว์สี่กระเพาะ เช่น กวาง โค แพะ และแกะ
สาเหตุ
เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Mycobacterium paratuberculosis ซึ่งเชื้อจะผ่านทางอุจจาระตัวป่วย เข้าสู่ตัวปกติทางการกินน้ำ อาหาร การเลียเต้านมที่ปนเปื้อนเชื้อ และทางน้ำนม
อาการ
สัตว์ป่วยจะแสดงอาการท้องเสียอย่างรุนแรง และเรื้อรังเป็นเวลานาน ทำให้ซูบผอม ขาดน้ำ และตาย อัตราการตายอาจสูงถึง 30% ในกวางอายุระหว่าง 8 - 15 เดือน โดยเฉพาะลูกสัตว์แรกเกิดจะมีอัตราการตายสูงมาก
การรักษา
ไม่นิยมทำการรักษา
การควบคุม/ป้องกัน
ยังไม่มีการใช้วัคซีนในกวาง ควรกำจัดตัวป่วยโดยการทดสอบทางภูมิคุ้มกันในเลือด


Salmonellosis

สาเหตุ
เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Sallmonella spp. ติดต่อทางอุจจาระสู่ปาก อันที่จริงโรคนี้เป็นโรคที่ไม่ค่อยโดดเด่นในกวาง เนื่องจากกวางไม่มีถุงน้ำดีซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่ที่สำคัญของเชื้อนี้ แต่อย่างไรก็ตามกวางอาจป่วยตายได้ถ้าติดโรคนี้
อาการ
โลหิตเป็นพิษอย่างรวดเร็ว และลำไส้อักเสบเฉียบพลัน ถ้าเป็นลูกกวางอายุน้อยกว่า 2 สัปดาห์ อาจโคมาหรือตายได้ และมีอาการทางประสาทร่วมด้วย อาการอื่นๆ ได้แก่ ซึม เบื่ออาหาร เกร็งศรีษะแหงนตัวแอ่น
การรักษา
ให้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมได้แก่ แอมพิซิลิน เยนตามัยซิน ไตรเมโธพริม-ซัลฟา (ควรทำการทดสอบความไวของเชื้อต่อยาก่อนใช้ยา)
การควบคุม/ป้องกัน
ไม่มีวัคซีนป้องกันโรคนี้ ควรมีการจัดการที่ดีในเรื่องการลดความเครียด และ สุขอนามัย เมื่อพบหรือสงสัยว่ามีสัตว์ป่วยด้วยโรคนี้ควรแยกออกจากฝูง


Necrobacillosis

สาเหตุ
เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Fusobacterium necrophorum ซึ่งโดยปกติจะมีอยู่ในลำไส้โดยไม่ก่อโรค และจะปะปนออกมากับอุจจาระ ปนเปื้อนอยู่ในดิน โคลน และพื้นคอก เชื้อจะผ่านเข้าทางบาดแผลและเยื่อเมือก และก่อให้เกิดโรคโดยเฉพาะในกวางที่อยู่ในสภาวะเครียดเช่น เลี้ยงแน่นเกินไป
สาเหตุโน้มนำเช่น อากาศเย็น และเปียกชื้นทำให้เกิดโรคที่กีบได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็อาจติดเชื้อนี้ในปาก และ คอหอยด้วยในกรณีที่มีแผลในปากอยู่ก่อน นอกจานี้การให้อาหารชนิดที่ประกอบด้วยเมล็ดธัญพืชในปริมาณมากเกินไป จะทำให้สภาพในกระเพาะอาหารเป็นกรดสูง ทำให้เกิดการติดเชื้อที่ผนังของกระเพาะอาหาร และเชื้อผ่านไปทางกระแสเลือด ก่อให้เกิดมีฝีในตับ ปอด และสมองได้
อาการ
กรณีติดเชื้อที่กีบหรือขา จะทำให้ผิวหนังระหว่างกีบ ไรกีบอักเสบเป็นฝีหรือหนองข้อบวม และขากะเผลก กรณีติดเชื้อในปาก (มักเกิดในกวางอายุน้อยกว่า 3 เดือน) ทำให้เกิดการบวมของหัว ลิ้น ขากรรไกร น้ำลายไหล มีไข้ และไม่ดูดนมหรือกินอาหาร ในกรณีที่เชื้อผ่านเข้ากระแสเลือดทำให้มีไข้ มีอาการของระบบทางเดินหายใจ และตายได้
การรักษา
ฉีดยาปฏิชีวนะ (เพนนิซิลิน เตตราซัยคลิน และซัลโฟนาไมด์) ร่วมกับการทำความสะอาดแผล
การควบคุม/ป้องกัน
มีการทำวัคซีนในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ส่วนในประเทศไทยยังไม่มี ควรทำการกำจัดสาเหตุเช่น ดูแลพื้นคอกไม่ให้ระคายเคืองต่อกีบ และขา กำจัดพืชที่มีหนามซึ่งอาจทำให้เกิดบาดแผลในปากได้


Foot and mouth disease (FMD)

โรค FMD หรือโรคปากและเท้าเปื่อย เป็นโรคที่สำคัญในสัตว์กีบคู่โดยเฉพาะโค กระบือ กวาง ก็สามารถเป็นโรคนี้ได้ พันธุ์ที่ไวต่อโรค FMD มาก คือ muntjac และ roe deer ส่วนพันธุ์ที่ไวต่อโรคน้อย คือ กวางแดง และ fallow deer
สาเหตุ
เกิดจากเชื้อไวรัส Aphthovirus โดยตัวป่วยจะมีเชื้ออยู่เป็นจำนวนมากในน้ำมูก น้ำลาย ปัสสาวะ และอุจจาระ ปล่อยปนเปื้อนอยู่ในพื้นคอกและวัสดุต่างๆ และถ่ายเชื้อให้ตัวปกติโดยการสัมผัสสิ่งปนเปื้อนและสัมผัสตัวป่วยโดยตรง
อาการ
ตัวที่ไม่ไวต่อโรค อาจรับเชื้อโดยไม่แสดงอาการหรือแสดงอาการเล็กน้อย เช่น อาจมีตุ่มใสในปากเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนตัวที่ไวต่อโรคจะแสดงอาการรุนแรง น้ำลายไหลมาก ซึม เดินกะเผลก และมีแผลหลุมบนเยื่อเมือกปาก และอาจตายได้
การรักษา
ทายาเย็นเชี่ยนไวโอเล็ตที่แผลในปาก และกีบ ร่วมกับการฉีดยาปฏิชีวนะป้องกันเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
การควบคุม/ป้องกัน
ยังไม่มีการทดลองใช้วัคซีนในกวาง


Malignant catarrhal fever (MCF)

โรค MCF จัดเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่สำคัญที่สุดของกวาง พบเห็นได้ทั่วโลก พันธุ์กวางที่ไวต่อโรคนี้ได้แก่ David's deer, rusa deer, axis deer และ white-tailed deer
สาเหตุ
เกิดจากเชื้อไวรัส Herpesvirus โดยมีสัตว์ที่เป็นพาหะคือ แกะ ซึ่งจะปล่อยเชื้อไวรัสปนเปื้อนไว้ในทุ่งหญ้า และรถบรรทุกสัตว์ กวางสามารถรับเชื้อจากกระแสลมที่พัดผ่านทุ่งหญ้าที่ปนเปื้อนเชื้อ และจากการสัมผัสกับรถบรรทุกแกะที่มีเชื้อนี้อยู่ กวางที่ติดเชื้อในช่วงท้ายของการตั้งท้อง จะแสดงอาการป่วยอย่างรวดเร็ว จะมีเชื้อไวรัสออกมากับน้ำตา น้ำมูก น้ำลาย และเมือกจากช่องคลอด และจะถ่ายเชื้อให้แก่ลูกกวางที่เกิดใหม่ได้
อาการ
ของโรค MCF มีตั้งแต่ตายเฉียบพลัน จนถึงแสดงอาการแบบเรื้อรัง เริ่มจากถ่ายเป็นเลือด ปัสสาวะสีเข้ม ซึม อ่อนเพลียมาก และตายภายใน 48 ชั่วโมง ในรายเรื้อรังอาจป่วยอยู่ถึง 5 สัปดาห์ โดยจะมีสภาพคั่งเลือดที่เยื่อเมือก น้ำมูก น้ำตา และน้ำลายไหลอย่างมาก ตาดำขุ่นทั้ง 2 ข้าง และอาจมีเลือดออกในช่องตาดำ เปลือกตาบวม จมูก และปากช่องคลอดแห้งแตก เยื่อเมือกรอบปากลอกหลุด ต่อมน้ำเหลืองบวมจนสามารถคลำพบได้ถ้าเป็นต่อมที่อยู่ใต้ผิวหนัง อาจแสดงอาการทางประสาท เช่น มีความรู้สึกไวกว่าปกติ เดินโซเซ
การรักษา
ไม่มีการรักษาที่ได้ผล
การควบคุม/ป้องกัน
ไม่มีวัคซีน ควรหลีกเลี่ยงการให้กวางสัมผัสโดยตรง และโดยอ้อมกับแกะ


พยาธิใบไม้ในตับ (Liver fluke)

สาเหตุ
เกิดจากพยาธิใบไม้ Fasciola hepatica และ Fascioloides magna โดยมีหอย Lymnaea เป็นพาหะ มักติดพยาธิได้ในแหล่งชื้นแฉะ หนองน้ำ เนื่องจากความชื้นเป็นสิ่งจำเป็นในวงจรชีวิตของพยาธิโดยเฉพาะการเติบโตของไข่พยาธิ และการเคลื่อนที่ของตัวอ่อน
อาการ
อาจไม่แสดงอาการ หรือโลหิตจาง ผอม
การรักษา
ให้ยาถ่ายพยาธิ เช่น albendazole, rafoxanide
การควบคุม/ป้องกัน
กำจัดหอยที่เป็นพาหะ ให้ยาถ่ายพยาธิปีละ 1 - 2 ครั้ง


Trypanosomosis

สาเหตุ
เกิดจากเชื้อโปรโตซัว Trypanosoma evansi เป็นโปรโตซัวที่มีอยู่ในกระแสโลหิตของสัตว์เคี้ยวเอื้องทั้ง โค กระบือ และกวาง รวมไปทั้ง สุกร ม้า และสุนัข สามารถพบเชื้อนี้ได้ทั่วไป แต่จะรุนแรงในอูฐ ม้า สุนัข และช้าง พบมากในช่วงฤดูฝน โดยจะมีเหลือบ และแมลงวันคอกเป็นพาหะนำโรค
อาการ
ไข้สูง โลหิตจาง ดีซ่าน บวมน้ำตามลำคอ เบื่ออาหาร โดยมักเกิดในช่วงที่มีไข้สูง สัตว์ที่ท้องจะแท้งลูก กระจกตาขุ่น เกิดอัมพาตที่ร่างกายส่วนท้าย สัตว์จะตายได้ ในบางรายจะแสดงอาการทางประสาทร่วมด้วย
การรักษา
จะให้ Berenil® (ตัวยา Diminazene aceturate) ในขนาด 3.5 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวสัตว์ 1 กิโลกรัม โดยฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
การควบคุม/ป้องกัน
กำจัดแมลงดูดเลือดที่เป็นพาหะของโรค และมีการให้ยาในขนาดต่ำๆ เป็นประจำโดยเฉพาะช่วงต้นของฤดูฝน


Theileriosis

สาเหตุ
เกิดจากเชื้อโปรโตซัว Theileria spp. โดยมีเห็บ (Rhipicephalus spp.) เป็นตัวนำโรค

อาการ

กวางติดเชื้อที่มีสุขภาพดีมักจะไม่แสดงอาการ มีบางตัวที่โลหิตจางเล็กน้อย มีไข้ต่ำๆ ประมาณ 3-7 วัน
การรักษา
ใช้ยา Oxytetracycline ในขนาด 20 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยฉีดครั้งเดียวเข้ากล้ามเนื้อ
การควบคุม/ป้องกัน
ควบคุมเห็บที่เป็นพาหะของโรค ร่วมไปกับการให้ยา Oxytetracycline ในขนาด 10 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เข้ากล้ามเนื้อ